คำปราศรัยของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ในรายการถ่ายทอดสดพิธีฉลองพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน
จากมัสญิดิลหะรอม มหานครมักก๊ะฮ์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2550 เวลา 23.45 น


สวัสดีครับพี่น้องร่วมชาติที่รักทั้งหลาย

ผมมีความยินดีที่ได้ปราศรัยกับท่าน ผ่านรายการพิเศษถ่ายทอดสดการละหมาดยามค่ำคืนเดือนรอมฏอนในคืนนี้ ซึ่งเป็นคืนฉลองพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน จากมัสยิดอันสำคัญยิ่งในมหานครมักก๊ะฮ์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียโดยถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในรอบปี

ผมขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมทุกท่านที่ได้เข้าสู่เดือนรอมฏอนอันประเสริฐ ซึ่งเป็นเดือนแห่งการปฏิบัติศาสนกิจสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อการฝึกฝนขัดเกลาทั้งพฤติกรรม ความคิด และคำพูด หมายถึงทั้งกาย วาจา ใจ ให้อยู่ในแนวทางสังวรสำรวมตนต่อพระผู้เป็นเจ้าแล้วนำสิ่งที่ได้จากการขัดเกลานี้ไปใช้ในห้วงเวลาอื่นของชีวิต รวมทั้งการฝึกฝนให้มีจิตใจเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตา แก่เพื่อนมนุษย์โดยทั่วไป โดยการดำเนินชีวิตของท่านในเดือนอันประเสริฐนี้ได้ดำเนินมาจนเกือบจะครบถ้วนแล้ว คงเหลือเวลาอีกเพียงไม่เกิน ๒ วันเท่านั้น

ผมเชื่อมั่นว่า พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั้งหลายได้รับความสะดวกสบายในการปฏิบัติศาสนกิจตามความศรัทธาของทุกท่านอย่างเสรี เพราะเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยที่รักของเรามาตั้งแต่โบราณ ในการให้สิทธิเสรีภาพด้านศาสนาแก่ประชาชน รัฐธรรมนูญในยุคเสรีประชาธิปไตยก็มีบทบัญญัติเน้นในข้อนี้ตลอดมาทุกฉบับจนถึงฉบับล่าสุด รัฐบาลเองก็ให้ความเคารพต่อความเชื่อถือศรัทธาดังกล่าวและสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกด้าน โดยถือเป็นแนวทางสำคัญที่จะสร้างความสุขสันติแก่ประชาคมและประเทศชาติ

ยิ่งกว่านั้น ประชาชนชาวไทยทุกเชื้อสายและทุกศาสนายังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงห่วงใย พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์อย่างเสมอภาค โดยมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ การอาชีพ ตลอดจนศาสนสถานอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้  ต้องนับว่าเป็นคุณลักษณะพิเศษของประเทศไทยซึ่งประจักษ์แก่นานาชาติมาเป็นเวลานานโดยเฉพาะลักษณะประชาคมที่กลมกลืนกันบนความแตกต่างทางศาสนา เชื้อสาย และวัฒนธรรม จนประชาชนที่อยู่ในความแตกต่างเหล่านั้นไม่เห็นเป็นความแตกต่าง แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยและเห็นเป็นสิ่งปกติธรรมดาในชีวิตประจำวัน

การที่เกิดความรู้สึกเช่นนั้นได้ เพราะชนชาติไทยทุกศาสนามีส่วนร่วมในการทำนุบำรุง พัฒนา และปกป้องแผ่นดินนี้ร่วมกันตลอดมา พี่น้องชาวไทยมุสลิมจำนวนมากได้อุทิศชีวิตเป็นราชพลี ร่วมเป็นร่วมตายกับเพื่อนร่วมชาติในการปกป้องพิทักษ์ประเทศชาติและราชบัลลังก์มาทุกยุคทุกสมัย ที่เป็นข้าราชการก็ทำงานด้วยความเสียสละจนเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ และสร้างความมั่นคงแก่ชาติที่อยู่ในภาคเอกชนก็ขยันขันแข็งประกอบสัมมาชีพจนเกิดความมั่งคั่งทั้งแก่ตนเองและเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยความสำนึกว่าชนชาติไทยไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดต่างเป็นเจ้าของประเทศ และมีแผ่นดินนี้เป็นปิตุมาตุภูมิอย่างแท้จริง

ผมเชื่อมั่นอีกอย่างหนึ่งว่า เดือนรอมฏอนที่กำลังจะสิ้นสุดลงนี้ จะช่วยสร้างพลังในอันแน่วแน่อย่างไม่ย่อท้อแก่พี่น้องชาวไทยมุสลิม ที่จะร่วมกันสร้างเอกภาพในชาติตามแนวทางสันติธรรมอันเป็นเป้าหมายของอิสลามและจะเป็นโอกาสที่พี่น้องร่วมชาติทั้งหลายจับมือกันอย่างแน่นหนา เพื่อมุ่งสร้างสังคมอันสงบสุข สังคมแห่งภราดรภาพ มิตรภาพ ความรัก ความเข้าใจ และการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นแนวทางนำไปสู่ความสมานฉันท์อย่างแน่นแฟ้น

ในการถ่ายทอดสดพิธีเฉลิมฉลองพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานครั้งนี้ ผมขอขอบคุณราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียที่ได้ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและดียิ่ง โดยเฉพาะท่านอุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย และขอขอบคุณหน่วยงานทุกแห่งทั้งภาคราชการและเอกชน ที่ได้ร่วมมือกันดำเนินงานจนเป็นผลสำเร็จ

ผมขอส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องชาวไทยมุสลิมและพี่น้องมุสลิมชาติต่างๆ ที่อยู่ในประเทศไทย ให้ได้รับความจำเริญและผลานิสงส์จากการบำเพ็ญศีลในเดือนรอมฏอน อันประเสริฐนี้โดยทั่วกัน

เนื่องในโอกาสที่ “วันอีดิลฟิฏรี่” อันเป็นวันสำคัญของอิสลามเวียนมาถึงอีกครั้งในปีนี้ ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญ มีชีวิตอันเต็มไปด้วยสันติได้รับผลสำเร็จตามความปรารถนาอันอยู่ในครรลองแห่งศาสนธรรมทุกประการ  สวัสดีครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก