คำกล่าว ของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ในโอกาสมอบนโยบายการบริหารงานแก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย
และผู้ว่าราชการจังหวัด
ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ห้องประชุม 1 กระทรวงมหาดไทย
วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2550 เวลา 11.00 น.


เรียนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย
ท่านผู้บริหารระดับสูงท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เพื่อนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยทุก ๆ ท่าน

ในวันนี้ถือว่าเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสได้พบกับทุกคนในวันแรกของการเข้ามารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและทำหน้าที่ในการบริหารงานในรัฐบาลชุดนี้  ที่ได้ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า ฯ ให้มาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คงจะเรียนได้ว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลมาจากการแต่งตั้งและเป็นรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงระยะเวลา  สั้น ๆ เพียงประมาณ 1 ปี กว่า ๆ ซึ่งห้วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ก็เป็นห้วงระยะเวลาที่ไม่มากนัก ตามที่ได้ชี้แจงให้ทุกคนได้รับทราบผ่านสื่อมวลชนต่าง ๆ มาแล้วว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการเลือกตั้ง ตามที่ได้มีการหารือกับร่วมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและได้ข้อยุติที่ค่อนข้างชัดเจนว่าการเลือกตั้งจะกระทำในวันที่ 23 ธันวาคม 2550

ความมุ่งหมายหลักที่มาอยู่ที่นี่ คงเป็นเรื่องที่จะสนับสนุนการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างโปรงใส และเป็นธรรม เพราะว่าระบอบประชาธิปไตยของเราที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าคงจะเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ที่จะเข้ามาดูแลบริหารชาติบ้านเมือง แต่ในส่วนสำคัญคงจะเป็นเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ได้จัดการเลือกตั้งมาเป็นเวลานาน มีความชำนาญ และเชี่ยวชาญ และรู้ว่าสิ่งใดควรที่จะปฏิบัติ และสิ่งใดพึงละเว้นไม่ปฏิบัติ ซึ่งคิดว่าการที่มาทำหน้าที่ตรงนี้จะได้มีโอกาสที่จะสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ให้เป็นไปอย่างดีที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการไปได้           

นับเป็นอีกวาระหนึ่งที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือว่าได้มีการจัดตั้งมาเป็นระยะเวลา 115 ปี มาแล้ว ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง และถึงแม้ว่าความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่หน้าที่หลักของทุกคน ที่จะมีหน้าที่ตามพระดำรัสขององค์พระปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ที่มี    พระดำรัสไว้คือ “การบำบัดทุกข์ บำรุงสุข” คงจะยืนหยัดอยู่กับทุกคนมาโดยตลอด ซึ่งคงไม่มีอะไรที่จะมาเปลี่ยนแปลงให้การทำหน้าที่ของทุกคน ทั้งนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่จะมาบริหารกระทรวงนี้จะมาเปลี่ยนแปลงในประเด็นนี้ไม่ได้           

ผมอยากจะเห็นการทำงานของข้าราชการทุกคน ที่เป็นไปโดยมุ่งเน้นในเรื่องของการทำหน้าที่ตามนโยบายหลัก ๆ ที่เกี่ยวกับการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนให้มีความสงบ ความสุข และความร่มเย็น นั่นก็เป็นเรื่องที่ทุกคนได้ทำกันมาเป็นเวลา 115 ปี และหน้าที่ตรงนี้คงจะไม่ได้จบสิ้น แต่เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำต่อไปโดยตลอด  สำหรับเรื่องที่จะช่วยกันดูแลให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งผมคิดว่าไม่มีวันจบสิ้น เช่นเดียวกันกับคำที่ว่า “การแก้ไขปัญหาความยากจน” ซึ่งในแต่ละประเทศก็จะมีมาตรฐานตัวชี้วัดในเรื่องรายได้ต่ำสุดไม่เท่ากัน  คำว่าความยากจนเป็นตัวชี้วัดซึ่งมีค่าผันแปรมากและเราจำเป็นที่จะต้องดูในส่วนนี้กันอย่างรอบคอบ

รัฐบาลนี้ได้อัญเชิญแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ เพื่อให้ประชาชนรวมทั้งข้าราชการทุกคนช่วยกันพิจารณาว่า ความพอเพียงความพอประมาณในเรื่องของคุณภาพชีวิตนั้น แค่ไหนอย่างไร ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ อย่างที่เรียนว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่ว่าทำอย่างไร ที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ความพอเพียงตรงนั้นพอ ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนจะต้องพิจารณาโดยรอบคอบ นั่นเป็นส่วนที่อยากจะเรียนในเรื่องของความพยายามของทุกคนในการที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้ประชาชนพ้นจากความยากจน และความเดือดร้อน นั่นเป็นส่วนที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากทุกคนคือ ในส่วนของข้าราชการ อยากให้ทุกคนทำงานด้วยความสมัครสมาน มีความกลมเกลียว และเป็นเอกภาพ เพราะหากทุกคนทำงานด้วยความเป็นเอกภาพและกลมเกลียว มุ่งไปสู่ผลประโยชน์ของส่วนรวมแล้วโอกาสที่จะสัมฤทธิ์ผลก็จะเป็นไปได้โดยง่าย   นโยบายสำคัญ ๆ ที่ได้ดำเนินการมาในช่วงของรัฐบาลชุดนี้ และในช่วงของนายอารีย์  วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ดำเนินการมาแล้วก็ขอให้ทุกคนได้ดำเนินการสานต่อกันต่อไปอย่างเต็มที่

เรื่องที่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องเร่งรัด คือ เรื่องของการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนก็คือการจัดสรรงบประมาณตามโครงการอยู่ดีมีสุข จำนวน 15,000 ล้านบาท ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่ในปัจจุบันก็อยากให้ทุกฝ่ายได้ช่วยกันเร่งรัดให้ดำเนินไปตามกรอบนโยบาย ตามหลักเกณฑ์ และตามวิถีทางที่ได้กำหนดไว้ ที่สำคัญอยากให้งบตรงนี้ได้ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม และลงไปสู่ชุมชนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ซึ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาประมาณ 6 เดือน แล้ว ตั้งแต่ปีงบประมาณที่แล้ว ในส่วนที่เหลืออยู่จะเป็นการสานต่อจากปีที่ผ่าน เพราะฉะนั้นขอให้ทุก ๆ ส่วนราชการและทุกจังหวัดได้เน้นในเรื่องของการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน และการพัฒนาเมืองและชุมชนให้น่าอยู่ น่าอาศัย โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด

ในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผมได้กล่าวไปแล้วและคิดว่าเรื่องนี้เป็นส่วนที่ทุกคนสามารถที่จะนำไปดำเนินการเพิ่มเติมร่วมไปกับโครงการอยู่ดีมีสุขได้ ซึ่งจะทำให้การทำงานของทุกคนไปสู่เป้าหมาย นั่นก็คือการที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจและสามารถนำหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการบริหารจัดการ และเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตั้งแต่ตัวบุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม หรือองค์กรที่กว้างไปกว่านั้น  

เรื่องต่อไปคือเรื่องงบประมาณรายจ่ายของกระทรวง ในปี 2551  เราได้รับงบประมาณ 194,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นงบประมาณที่มากพอสมควร ที่กระทรวงจะได้นำไปใช้ได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณในการทำงานของเราในด้านบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศด้วย นั่นก็เป็นเรื่องที่ผมอยากจะเน้นว่า การใช้จ่ายงบประมาณตั้งแต่ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ซึ่งมีแผนงานต่าง ๆ อยู่แล้ว ขอให้ทุกส่วนราชการได้ช่วยกันลงไปตรวจสอบ กำกับดูแล และดำเนินการในส่วนนี้ให้เป็นไปตามวงรอบให้เร็วที่สุด และสิ่งที่อยากจะเน้นก็คือการปฎิบัติงานอยู่บนหลักของธรรมาภิบาล ที่ยืนอยู่บนความซื่อสัตย์สุจริต และความสำนึกของทุกคนที่จะพึงมี นั่นเป็นส่วนที่อยากจะพูดถึงการใช้งบประมาณของรัฐ

ในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดรวมถึงการจัดระเบียบของสังคม ถือเป็นนโยบายที่จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างแข็งขัน ในกรอบเดียวกับที่ นายบัญญัติ ฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบมาก่อนหน้านี้ เพราะนอกจากกฎหมายจะต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ ข้าราชการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันชี้ให้ทั้งกรมเห็นชัด ว่าการออกนอกกฎระเบียบและการส่งเสริมการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายของเจ้าของสถานประกอบการและผู้บังคับใช้กฎหมายเป็นการทำลายล้างอนาคตของชาติ ได้แก่ เด็ก และเยาวชน ซึ่งในเรื่องของยาเสพติด และสถานประกอบการที่มอมเมาเด็กและเยาวชน ก็ขอให้ทุกคนได้ช่วยกันดูแล โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีสถานศึกษาค่อนข้างมากก็ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ช่วยกันสอดส่องดูแลและช่วยกันติดตามการดำเนินการของการรักษากฎหมายให้เป็นไปตามนั้น

ในเรื่องการดูแลป้องกันปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากสาธารณภัย  ที่ทุกฝ่ายจะต้องต้องมีความพร้อม เพราะขณะนี้จะมีภัยทั้งจากภัยธรรมชาติ ภัยที่มนุษย์ได้ก่อให้เกิดขึ้น ซึ่งมักจะมีปรากฏการณ์ที่ถี่ขึ้นจากภัยธรรมชาติ ทั้งในเรื่องของน้ำท่วม ฝนแล้ง เป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องช่วยกันดู เพราะภัยต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นถี่ขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากสภาวะโลกร้อน หรืออาจจะเป็นเรื่องอื่นทุกคนก็จะต้องเตรียมการที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ทันท่วงทีและเวลาให้มากขึ้น การประสานกันกับส่วนราชการอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเตรียมการซักซ้อมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ 

ผมได้กำชับให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่จะต้องแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยธรรมชาติได้มีการปรับเปลี่ยนการแจ้งเตือน ซึ่งแต่เดิมมีการใช้กดสัญญาณ แต่ต่อไปจะมีการออกข่าวในลักษณะที่เป็นข่าวโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และออกข่าวผ่านระบบ SMS ทางโทรศัพท์มือถือให้ประชาชนได้รับทราบมากยิ่งขึ้น นั่นก็เป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องปรับปรุงการแจ้งเตือน การเสนอข่าวต่าง ๆ ทั้งนี้ขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการประสานงานและเตรียมการในเรื่องเหล่านี้เป็นลำดับแรก ในส่วนของจังหวัดคงจะได้รับการประสานกันต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรในแต่ละเรื่อง ซึ่งถือว่าเราจะต้องเตรียมความพร้อมให้มากกว่าเดิม

ในเรื่องที่ผมได้กล่าวในตอนแรกว่า ทำไม ผมถึงได้เข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้ นั่นคือเรื่องของการเลือกตั้งทั่วไป ในส่วนนี้ขอให้การทำงานของทุกคนเน้นในเรื่องที่จะลดการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและลดการใช้เงินลง ซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกับ กกต. หน้าที่ของเราที่ซึ่งทุกคนน่าจะช่วยได้ และไม่ได้เป็นหน้าที่ที่ยากลำบากอะไร ผมคิดว่าถ้าได้มีการประชาสัมพันธ์และแนะนำให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมที่จะรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาลงคะแนนให้มากขึ้น จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะทำให้การซื้อสิทธิ์ขายเสียงทำได้ยาก ก็ต้องฝากทุกคนไว้ด้วย ว่าในส่วนนี้มี 2 ด้าน คือ ดูว่าการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมีหรือไม่ และจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นั่นคือสามารถที่จะแจ้งกกต.ให้ดำเนินการได้ต่อไป ตามกฎหมาย ส่วนใหญ่เท่าที่ทราบกกต.ของจังหวัดจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัดของกระทรวงมหาดไทย อยู่เป็นจำนวนพอสมควร เพราะฉะนั้นหากมีการประสานกันในเรื่องนี้ การที่จะลดการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะมีโอกาสที่จะทำได้มากขึ้น  ในเรื่องของการรณรงค์ให้ประชาชนมาใช้สิทธิมากขึ้น นั่นจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้ที่ตั้งใจจะใช้เงินในการเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ เพราะว่าเมื่อจำนวนประชากรที่จะใช้สิทธิมีมากขึ้นนั้น เราน่าจะอยู่ในฐานะที่จะป้องกันได้ในส่วนหนึ่ง

ทั้งนี้ในครั้งที่ผ่านมาที่ได้มีการลงประชามติ จำนวนผู้ที่ออกมาลงประชามติยังอยู่ในระดับที่พอใช้ ซึ่งคงต้องเร่งให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ให้มากขึ้น ถ้าอยู่ในระดับที่เกิน 70% ขึ้นไปคิดว่าน่าพอใจ ผมได้ฟังผู้ว่าราชการจังหวัดบางท่านได้พูดกับผมว่า จะทำให้ได้ถึง 80 – 90 % บางทีท่านเล็งผลเลิศเกินไป ผมไม่อยากจะค้านท่านในตอนนั้น  แต่ว่าอยากให้มองปัญหาอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและทำให้ได้จริง ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะเห็นว่าการคาดการณ์ คาดคะเน ซึ่งใกล้เคียงกับความเป็นจริงและผลที่จะออกมาด้วยความเป็นจริง ตรงส่วนนี้ก็ขอฝากทุกคนไว้ว่าขอให้ประมาณการหรือประเมินผลต่าง ๆ ที่ท่านคิดว่าน่าจะใกล้เคียงกับความเป็นจริงให้มากที่สุด ไม่ต้องเอาใจผม เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ตัวเลขจะบอกเองว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร  อยากจะพูดกันอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่เรายืนอยู่บนข้อความของความเป็นจริงน่าจะเป็นตัวพิสูจน์ที่ดีที่สุด

ในเรื่องของโครงการอาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตย หรือที่เราเรียกว่าโครงการแม่ไก่ลูกไก่ เรียนตรง ๆ  ว่ามีความเป็นห่วง อยากให้เราดำเนินการต่อไป ให้มีความเข้มแข็งให้มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเราจะได้ดำเนินการไปแล้ว  แต่ผลที่ผมประเมินเอง ออกมายังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร จึงขอให้ทุกคนได้ทุ่มเท และช่วยกันดูแล ว่าในส่วนนี้จะสามารถทำให้พี่น้องประชาชนออกมาเลือกตั้งกันมากกว่าเดิมหรือไม่  ถ้าเรามองว่าเอาแค่ 70 % ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมด ทั้งประเทศ และเรามุ่งตรงนั้นทำให้ได้ ผมคิดว่าอาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตยน่าจะมีส่วนช่วยได้ในส่วนตรงนี้ได้ค่อนข้างมากกว่าที่เป็นอยู่อย่างเดิม

ท้ายที่สุดคงขอเรียนกับทุกคนว่ามีความภาคภูมิใจที่ได้มาทำงานร่วมกันทุกคน ถึงแม้ว่าจะมีระยะเวลาสั้น ๆ  แต่ประเด็นสำคัญที่สุดที่อยากจะเห็นจากทุกคนความร่วมมือร่วมใจ ความสมัครสามัคคี ที่จะช่วยกันดูแลในเรื่องหลัก ๆ 2 เรื่อง ในเรื่องแรกผมได้บอกไปแล้ว คือ1.การจัดการเลือกตั้ง 2. เรื่องโครงการอยู่ดีมีสุข ที่อยากจะเห็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีสภาพที่ดีขึ้น คำว่าดีขึ้นก็เป็นในเชิงเปรียบเทียบอีกเช่นกัน แต่ถ้าเรามีความรู้สึกว่าดีขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี เช่น บ้านเรือน ถนน สาธารณสุขพื้นฐานมีสภาพดีขึ้น ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ประกอบกัน มีรายได้เพิ่มมากขึ้นก็เป็นเรื่องที่จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะรวยหรือจนผมยังไม่แน่ใจ แต่ว่าเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กว่าเมื่อปีที่ผ่านมา นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นการเปรียบเทียบ เป็นตัวชี้วัดที่เห็นได้ชัดเจน ชาวบ้านก็จะเห็นว่าคุณภาพเขาดีขึ้นอย่างไร  ผมได้พูดอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราพยายามปรับปรุงแก้ไขในทุก ๆ เรื่อง  ทั้งเรื่องส่วนตัว หรือการทำงาน ว่าเรานำเรื่องที่ผ่านการพิจารณาแล้วมาปรับปรุงแก้ไขให้การทำงานในอนาคตของเรานั้นดีขึ้นกว่าเดิม คือทำในวันนี้ให้ดีที่สุด และทำวันพรุ่งนี้ให้ดีขึ้นกว่าวันนี้ นั่นก็คือการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาการทำงานของเรา ผมคิดว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่อยากจะฝากทุกคนไว้ ว่า การพิจารณาการเตือนตัวเองให้ทำในสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิมจะช่วยในการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองและนำไปสู่การบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชนได้ด้วย  ขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิไลวรรณ/ถอดเทป จินตนา/ตรวจ