คำกล่าวเนื่องในโอกาสเยาวชนโครงการยุวโฆษก รุ่นที่ 3 เข้าเยี่ยมคารวะ

โดย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
25 เมษายน 2007 10:00 น.

 

 

ท่านรองนายกรัฐมนตรี

ท่านโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ยุวโฆษก รุ่นที่ 3   และผู้มีเกียรติทุกท่าน

 

 ผมขอขอบคุณท่านโฆษกฯ และสำนักโฆษก ที่ได้จัดทำโครงการยุวโฆษก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนและต่อการประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล เป็นรุ่นที่ 3 แล้วในครั้งนี้ ทำให้มียุวโฆษกเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายสนับสนุนงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลจำนวนมากขึ้น

           ท่านทั้งหลายคงได้รับทราบกันมาบ้างแล้วว่าในช่วง ระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่รัฐบาลนี้จะเข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลได้วางเป้าหมายที่จะแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนของบ้านเมืองคือ การเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ การสนับสนุนให้มีการปฏิรูปการเมือง และการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง การลดความไม่เท่าเทียมกันทางด้านรายได้ของประชาชนในสังคม และการสถาปนาหลักนิติธรรมขึ้นในบ้านเมือง   โดยรัฐบาลได้ยึดหลักการทำงานที่โปร่งใส เป็นธรรม  ประหยัด  และมีประสิทธิภาพ  เพื่อให้การดำเนินการตามเป้าหมายต่าง ๆ ดังกล่าวบังเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งในช่วงหกถึงเจ็ดเดือนที่ผ่านมานี้ แม้ว่าการดำเนินงานในละเรื่องจะมีความยุ่งยาก ซับซ้อน และต้องใช้เวลาในการดำเนินงาน แต่การที่เราได้เริ่มต้นทำ ได้มีความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ และงานมีความคืบหน้าไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคบางอย่างที่เคยเป็นปัญหาอยู่สามารถแก้ไขได้ในบางเรื่อง ถือได้ว่าการทำงานได้บรรลุผลสำเร็จไปในระดับหนึ่งแล้ว 

ผมขอฝากให้ยุวโฆษกช่วยกันนำความมุ่งมั่นตั้งใจ และสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการไว้ ได้นำไปบอกเล่าให้เพื่อน ๆ ญาติมิตร คนที่รู้จัก รวมทั้งคนอื่นๆ ได้รับรู้เพื่อจะได้เข้าใจ และร่วมมือกันกับรัฐบาลในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมไทยของเราให้มากที่สุดต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข่าวสารที่เราจะนำไปเผยแพร่นั้น จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องตามข้อเท็จจริง  และเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ควรรู้หรือสนใจ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเข้ามาช่วยกันของยุวโฆษกนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างทัศนคติที่ดี  สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดทั้งก่อให้เกิดความร่วมมือกับรัฐบาลในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองของเราต่อไป   ขอชื่นชมยุวโฆษกทุกคนในฐานะที่เป็นคลื่นลูกใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นอนาคตของประเทศ  ที่ได้มีความเสียสละและมีความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อส่วนรวม ซึ่งไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานเพื่อพัฒนาประเทศ และเพื่อประชาชนคนไทยของเราเท่านั้น แต่ยังจะทำให้ทุกท่านได้มีโอกาสแสวงหาความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาตนเอง ชุมชน  และสังคมต่อไปด้วย

         รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีความรู้คู่คุณธรรม เพราะการพัฒนาคนคือการพัฒนาชาติ ยิ่งคนในสังคมของเรามีคุณภาพมากขึ้นเพียงใด สังคมก็จะยิ่งเป็นสังคมที่มีคุณภาพมากขึ้นเพียงนั้น โครงการยุวโฆษกถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของเราให้มีคุณภาพ มีความสามารถในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่น ผมจึงขอให้ท่านทั้งหลายมีความภาคภูมิใจที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและเป็นผู้ที่ช่วยให้สังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ น่าอาศัย และเป็นสังคมที่มีคุณธรรมจริยธรรมต่อไป

         ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านทั้งหลายจะเป็นแบบอย่างของผู้ที่ยึดมั่นในหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้เป็นหลักชัยในการดำเนินชีวิต เช่นเดียวกับรัฐบาลที่ได้น้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นนโยบายในการบริหารประเทศด้วย  เพราะหลักปรัชญานี้สามารถที่จะนำไปปรับใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัย  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องของความพอดี  พอประมาณ และเป็นการคิดและปฏิบัติด้วยความมีเหตุมีผล ที่จะส่งผลให้ผู้ประพฤติปฏิบัติมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงผาสุกต่อไป

          ในโอกาสนี้ ผมขอให้กำลังใจทุกท่านในการปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น เพื่อประโยชน์ของประเทศและสังคมโดยส่วนรวมต่อไป และขออวยพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความสำเร็จทั้งในการศึกษาเล่าเรียนและการดำเนินชีวิตส่วนตัวโดยทั่วกัน  พร้อมทั้งขอให้มีพลังกาย พลังใจ และพลังปัญญา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาชาติบ้านเมืองให้ก้าวหน้ารุ่งเรืองตลอดไป  ขอขอบคุณ  (ยังมีต่อ)

 

                                           --------------------------------

                                                                     

                              กลุ่มยุทธศาสตร์และการประชาสัมพันธ์