คำกล่าวในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการมีส่วนร่วมของผู้นำท้องที่ในการร่างรัฐธรรมนูญและปฏิรูปการเมือง

โดย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
โรงแรมเวล อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
23 เมษายน 2007 13:10 น.

 

 

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

นายกสมาคม กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย

ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

และผู้มีเกียรติทุกท่าน

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมในพิธีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในการที่จะให้ผู้นำชุมชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาท่านก็ได้รับฟังคำชี้แจงและการตอบข้อซักถามจากท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น แล้ว ในฐานะที่ท่านเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ได้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ขึ้นมา นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่จะทำให้ท่านทั้งหลายได้มีความเข้าใจ ได้มองเห็นถึงว่าสิ่งที่เรากำลังดำเนินการกันอยู่ในขณะนี้ เราพยายามอย่างยิ่งที่จะให้พี่น้องประชาชน ผู้นำท้องถิ่น โดยเฉพาะในส่วนของท่านทั้งหลาย ซึ่งถือว่าเป็นข้าราชการในส่วนที่พบปะกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ได้มีโอกาสทำความเข้าใจตั้งแต่ในลำดับแรก และได้มีโอกาสที่จะเสนอแนะให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่างฉบับที่ 1 นี้ต่อไปกันอย่างไร

ในโอกาสที่ท่านทั้งหลายได้มาอยู่ ณ ที่นี้ ผมมีเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับท่านทั้งหลายอยู่ 2-3 ประเด็น ในประเด็นที่ 1 คือ ในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง ซึ่งถือว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายได้ทำอยู่ในปัจจุบันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเมืองอยู่แล้ว ในเรื่องที่ 2 คือการที่จะนำนโยบายอยู่ดีมีสุขและการดำเนินการต่าง ๆ ด้วยระบบคุณธรรมและจริยธรรมที่ทางรัฐบาลได้มีนโยบายนั้น ได้นำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมขึ้นในระดับของชุมชน ในระดับของท้องถิ่น ประการสุดท้าย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่จะมีผลต่อการปฏิบัติงานของท่านโดยตรง นั่น คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องหลัก ๆ ที่ผมอยากจะพูดกับท่านทั้งหลายในวันนี้

ในเรื่อง 1 เรื่องที่ถือว่าเป็นหัวข้อสำคัญนั้น คือ การปฏิรูปทางการเมือง ถือว่าการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลได้พูดตั้งแต่ในตอนแรกแล้วว่า เรามีความมุ่งหมายที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะเข้ามาร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น พยายามที่จะปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านทั้งหลายเป็นตัวจักรสำคัญที่จะต้องช่วยกันบูรณาการการทำงานและการอำนวยโครงการของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาทั้งการเมืองและการปกครอง ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลด้วย สิ่งที่ผมได้กล่าวไปในตอนต้นซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งก็คือ การที่กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มาชี้แจงกับพวกเราถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และเป็นเรื่องที่ท่านทั้งหลายจะได้นำไปพิจารณาชี้แจงให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของท่าน สามารถที่จะเข้าใจและให้ข้อมูลที่เป็นส่วนสำคัญในการที่จะปรับปรุงให้เกิดความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น

เรื่องที่ 2 ในเรื่องของการที่จะช่วยกันขยายแนวทางในการทำงานของรัฐบาล หรืออาจจะเรียกว่ายุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขของรัฐบาลไปสู่ท้องถิ่น ซึ่งในขณะนี้เราได้เริ่มมาประมาณเกือบจะ 1 เดือนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม เป็นต้นมา อยากที่จะให้ท่านทั้งหลายได้มีส่วนร่วมในการสร้างความอยู่ดีมีสุข และสร้างสังคมที่มีคุณธรรม มีความสมานฉันท์ขึ้นมาในบ้านเมืองของเราด้วย การที่จะสร้างความอยู่ดีมีสุขให้แก่พี่น้องประชาชน หมายถึง การที่จะทำให้ประชาชนมีกินมีใช้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่ดีและมีความมั่นคงผาสุก ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนตามสมควรแก่อัตภาพ ในฐานะกำนัน ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การจะสร้างสังคมให้มีความอยู่ดีมีสุขได้ ท่านทั้งหลายจะต้องสร้างส่วนนี้ให้เกิดขึ้นในสังคมในท้องถิ่นให้ได้เสียก่อน นั่นก็คือการสร้างวัฒนธรรมความพอเพียง การรู้จักพอกินพอใช้ และพออยู่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ มีความรอบคอบ จะทำให้สังคมที่มีความแตกต่างและหลากหลายทางความคิดให้เกิดความสมานฉันท์ มีความเข้าใจกัน ให้เป็นสังคมที่มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความยุติธรรม และสิ่งสำคัญ คือ “ความซื่อสัตย์สุจริต”

ในส่วนของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทาน ซึ่งรัฐบาลได้น้อมนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ และเพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้นำไปปฏิบัติ ก็เพื่อสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างพอควร ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยสามารถที่จะน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ได้ ทั้งในระดับอำเภอจนถึงระดับชุมชน โดยเชื่อมโยงแนวทางการแก้ไขปัญหาเข้ากับแนวทางการช่วยเหลือ การสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อให้เกิดการประสานและส่งเสริมซึ่งกันและกัน ระหว่างภาครัฐและประชาชน โดยเน้นหลักชุมชน พึ่งตนเองเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน นั่นเป็นสิ่งที่อยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ในเรื่องของการที่จะนำนโยบายของรัฐบาลสู่ท้องถิ่นให้เกิดความยั่งยืน

เรื่องที่ 3 ในเรื่องของการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ท่านทั้งหลายมีความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเสริมสร้าง ในเรื่องคุณวุฒิ การดูแล ในด้านสวัสดิการต่าง ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดรัฐบาลกำลังพิจารณาในการที่จะปรับเปลี่ยนที่มาของกำนันผู้ใหญ่บ้านมาสู่ระบบของการคัดสรร และทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในลักษณะที่เหมือนกับข้าราชการของรัฐ คืออยู่ในราชการจนกว่าจะถึงเวลาเกษียณอายุราชการ นั่นก็เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงมหาดไทยกำลังจะพิจารณากันอยู่ แล้วจะได้นำสิ่งเหล่านี้เสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการในการแก้ไขพระราชบัญญัติการปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับของกำนันผู้ใหญ่บ้านกันต่อไป

ซึ่งผมคิดว่าจะสอดคล้องกับสิ่งที่ท่านทั้งหลายได้เสนอขึ้นมา บางส่วนก็ได้ขึ้นมาว่าขอให้ยืดเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ไปถึง 10 ปี แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่นี้เราได้คำนึงถึงทั้งที่มาและอายุในการปฏิบัติราชการ ถามว่าทำไม เราคิดถึงเรื่องนี้อย่างไร ก็คงจะตอบได้ว่าเรามีการเลือกตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้ว คือในส่วนของตำบล เราอยากที่จะมีข้าราชการที่อยู่ในระดับส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือทางราชการ สถานการณ์ในหลาย ๆ แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่บริเวณแนวชายแดน และทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีความจำเป็นและมีความสำคัญ ที่จำเป็นจะต้องพิจารณาในเรื่องเหล่านี้ นั่นก็เป็นที่มาเป็นเหตุผล และเป็นแนวความคิดที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราคงจะพูดได้ถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพของการปฏิบัติหน้าที่ ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในห้วงระยะเวลาที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานข้างหน้า นั่นก็เป็นสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญ

ในเรื่องของการเพิ่มอัตรากำลังผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย(ผรส.) ซึ่งเราจะเพิ่มในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนันได้มีผู้ช่วยได้มีผู้ที่จะร่วมมือกับท่านอย่างใกล้ชิดในการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างดียิ่งขึ้น ก็เป็น 3 เรื่องใหญ่ ๆ ที่ผมอยากจะฝากกับท่านทั้งหลายไว้ ใน 2 เรื่องแรก และก็ในเรื่องสุดท้ายก็เป็นเรื่องที่ขอเรียนให้ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้รับทราบว่า กระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการอะไร รัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการอะไรต่อไป

ผมขอขอบคุณท่านทั้งหลายที่มาร่วมกัน ณ ที่นี้เพราะว่าการสัมมนาก็จะทำให้เราทั้งหลายได้มีโอกาสทำความเข้าใจ และนำสิ่งที่ท่านได้รับทราบในวันนี้ไปชี้แจงให้กับชาวบ้าน เรามีเวลาเหลืออีกไม่มากนักที่จะรวบรวมข้อคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อนำเสนอให้กับสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในการที่จะปรับปรุงแก้ไขในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ข้างหน้านี้ ก็ขอถือโอกาสในวันนี้ขออำนวยพรให้การทำงานของทุกท่านได้บรรลุผลสำเร็จและมีความราบรื่นเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริงตลอดไป ขอให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ และขอให้ทุกท่านเดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยความสวัสดิภาพขอบคุณครับ

************************

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

วิไลวรรณ ถอดเทป /จินตนา ตรวจ