![]() |
รายการ "สายตรงทำเนียบ" พิธีกร วันนี้ รายการ "สายตรงทำเนียบ" สัญจรมาจัดที่จังหวัดขอนแก่น เพราะรัฐบาลได้จัดโครงการรัฐบาลพบสื่อท้องถิ่น ครั้งที่ 1ที่โรงแรมโซฟิเทล ราชาออร์คิด จังหวัดขอนแก่น วันนี้รายการของเรามีอะไรบ้าง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สวัสดีครับ ตั้งแต่ช่วง 09.00 น. จนถึงตอนนี้เรามีการพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อประจำท้องถิ่น วันนี้รัฐมนตรีสองท่านให้เกียรติมาร่วมการสัมมนาครั้งนี้ด้วย คือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา) กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายบัญญัติ จันทน์เสนะ) มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบข้อซักถามต่างๆ ต่อสื่อมวลชนท้องถิ่น โดยเฉพาะภารกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยเน้นในเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาอยู่ หลังจากมีการพูดคุยกันในช่วงเช้าแล้ว ในช่วงบ่ายจะมีการสัมมนากลุ่มย่อยรับฟังความคิดเห็นจากสื่อท้องถิ่น ในเรื่องการเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเอาไว้ในการเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกเชื้อชาติศาสนาและทุกอุดมการณ์ทางการเมืองด้วย ว่าความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาเราจะทำให้ปัญหาคลี่คลายอย่างไร แล้วเรามาจับมือกันเดินหน้าเพื่อชาติบ้านเมืองต่อไปอย่างไร สื่อมวลชนจะมีบทบาทสำคัญ เพราะฉะนั้น ช่วงบ่ายจะมาคุยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐทุกกระทรวง ทหารก็มาด้วย เพราะฉะนั้น จะมารับฟังความคิดเห็น และนำเอาข้อคิดเห็นที่เสนอแนะนำไปเสนอกับคณะรัฐมนตรีต่อไป พิธีกร ผู้มาร่วมงานประมาณ 350 คน ได้รับความร่วมมือและความสนใจจากสื่อท้องถิ่นเป็นจำนวนกว่า 200 คน ได้เชิญสื่อท้องถิ่นจากภาคอีสานตอนบนทั้งหมด 7 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย เลย มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และหนองบัวลำภู รายการในวันนี้เป็นรายการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในท้องถิ่นด้วย ช่วงแรกจะพูดคุยกับรัฐมนตรีทั้งสองท่านก่อน สวัสดีค่ะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอเรียนถามในส่วนของการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในเรื่องปัญหาภัยแล้ง ขอถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน ที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับปัญหานี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายบัญญัติ จันทน์เสนะ) ปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญ โดยให้ความช่วยเหลือกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ในภาพกว้างให้เข้าถึงในส่วนการปฏิบัติคือให้รวดเร็ว อย่าให้พี่น้องเขาได้รับความเดือดร้อนหรือบรรเทาความเดือดร้อน ให้เดือดร้อนน้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้แบบปัจจุบันทันด่วนให้ถึงลูกถึงคนได้ครอบคลุมเข้าถึงทุกพื้นที่ นี่คือนโยบายของรัฐบาล ส่วนการดำเนินการจริงในชั้นต้นก่อนจะถึงช่วงที่จะเกิดภัยจริงๆ มีการเตรียมการโดยเฉพาะมีการจัดทำบัญชีพื้นที่ที่ประสบภัย แต่มีข้อมูลดิบอยู่แล้ว บัญชีหมู่บ้าน หมู่บ้านอยู่ตรงไหนบ้าง สภาพเป็นอย่างไร มีชาวบ้านอยู่ในข่ายประสบภัยมากน้อยแค่ไหน อาจจะดูถึงในส่วนที่เป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งน้ำ ถ้าเกิดภัยขึ้นแล้วจะมีแหล่งน้ำที่ใกล้พื้นที่หมู่บ้านตำบลนั้นมากน้อยแค่ไหน เมื่อมีบัญชีข้อมูลส่วนนี้แล้ว ก็เข้าไปสู่ขบวนการจัดทำแผนรองรับแผนปฏิบัติจริงเป็นลักษณะของการเตรียมความพร้อม ทั้งในส่วนของบุคลากร เครื่องมือเครื่องใช้ นำไปสู่การปฏิบัติเวลาเผชิญภัยจริงๆ และในการช่วยเหลือมาถึงไม่นานที่เกิดภัย มีวิธีการช่วยเหลืออยู่ในลักษณะนี้ อย่างชาวบ้านไม่มีน้ำเลย เราใช้วิธีสำรวจมีแหล่งน้ำใกล้เคียงมีไหม ถ้ามีก็ใช้วิธีการสูบเข้ามาเก็บในภาชนะกลางและแหล่งน้ำกลาง และนำไปสู่การจัดรถบรรทุกน้ำเข้าไปแจกจ่ายตามจุดที่เป็นศูนย์กลาง ศูนย์รวมตำบลหมู่บ้าน นอกจากนั้นยังดูว่า ถ้าหมู่บ้านใดมีระบบประปาอยู่ และมีปัญหาชำรุด ก็เข้าไปซ่อมไปตรวจดูกัน ไปเป่าบ่อล้างท่อ ใช้วิธีการเข้าไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนตามจุดต่างๆ ให้ความช่วยเหลือเป็นขั้นเป็นตอน ขณะเดียวกันก็พยายามเฝ้าระวังโดยกำหนดให้มีการป้อนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความเดือดร้อนผ่านตำบลหมู่บ้าน มีเครือข่ายในการแจ้งข่าวสารในส่วนนี้ เท่าที่ไปตรวจเยี่ยมมา บางพื้นที่จริงยอมรับว่าไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่หมู่บ้านเลย อย่างนี้ต้องใช้วิธีใช้รถบรรทุกน้ำเข้าไป และพี่น้องก็เอาภาชนะมารับตามจุดแจกจ่ายเป็นรายครอบครัว ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในแผนทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร เข้าไปช่วยกันหมด เป็นภาพลักษณะของการบูรณาการการช่วยเหลือ พี่น้องก็ได้รับความพึงพอใจในระดับหนึ่ง และมองต่อว่าพยายามเรียกร้องว่าถ้าสามารถที่จะพัฒนาไปสู่ระบบที่ยั่งยืนได้ ยกตัวอย่างมีระบบประปาหมู่บ้านที่ถาวรได้จะเป็นการดี จริง ๆ รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาเรื่องนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่สามารถทำให้ครอบคลุมทั่วถึง แต่บางพื้นที่มีข้อจำกัด น้ำใต้ดินก็ไม่มี เจาะลึกมาเจอน้ำเค็มก็มี ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศด้วย ที่เป็นข้อจำกัด แต่โดยทั่วไปถ้าฝนไม่ทิ้งช่วงนานเกินไปน้ำต้นทุนพอมีอยู่ โดยเฉพาะในเขตชลประทานไม่น่าจะมีปัญหา และระบบประปาหมู่บ้านก็ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น พี่น้องประชาชนก็ค่อนข้างจะปรับตัวได้ในระดับหนึ่ง เหมือนกับเป็นวิถีชีวิต บางพื้นที่จะเจอปัญหาในลักษณะนี้ ก็จะมีการเตรียมตัวเตรียมการ หาภาชนะเก็บน้ำไว้ตาม หมู่บ้าน เช่น อ่างเก็บน้ำ หรือถังเก็บน้ำประจำหมู่บ้าน พิธีกร ในเรื่องน้ำกินน้ำใช้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คิดว่าน้ำกินน้ำใช้ไม่น่ามีปัญหา จะมีก็น้ำใช้เพื่อการเกษตร น้ำนอกเขตชลประทาน พิธีกร ในเรื่องน้ำของเพื่อการเกษตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา) มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา) ถ้ามองจากสถานการณ์น้ำ โดยส่วนรวมของประเทศเรามี 31 เขื่อน น้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จริง ๆ แล้วดีกว่าปีที่แล้ว ด้วยซ้ำไป ยกเว้นบางเขื่อนที่ระดับน้ำต้นทุนค่อนข้างน้อย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเขื่อนลำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีน้ำค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้นตรงนั้นจะพูดถึงน้ำเพื่อการเกษตรคงไม่ได้ ต้องเน้นเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค เขื่อนทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี ระดับน้ำค่อนข้างต่ำ อีกเขื่อนที่เราเฝ้าระวังคือ เขื่อนแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่ ระดับน้ำค่อนข้างต่ำ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีอยู่ 12 อ่างใหญ่ๆ ต้นทุนน้ำยังเกินร้อยละ 50 เพราะฉะนั้นในเขตที่เราสามารถดูแลเรื่องส่งน้ำได้ เราค่อนข้างจะมั่นใจว่าสามารถดูแลได้ ทีนี้น้ำเพื่อการเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการทำนาปรังนาพืชไร่ประมาณ 1 ล้านไร่ในเขตชลประทาน เชื่อว่าตรงนี้ไม่มีปัญหา อีกเขตที่ออกนอกเขตชลประทานขนาดใหญ่ เป็นเรื่องน้ำท่า โดยส่วนรวมอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แหล่งน้ำธรรมชาติต่างๆ พอจะช่วยกันได้ ที่เป็นห่วงคือนอกเขตชลประทาน เขตที่ต้องอาศัยฝน ก็เป็นอย่างที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายบัญญัติ จันทน์เสนะ) กล่าวไว้คือเราหวังว่าปีนี้ฝนจะไม่ทิ้งช่วงมากหนัก ส่วนเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค เราพยายามที่จะช่วยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ในเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค เราเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้ ที่สำคัญคือมีฝนหลวง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงอยู่ 2 พื้นที่ คือ นครราชสีมา และขอนแก่น เราได้ทำไปมาก มีฝนเริ่มตกบ้าง เพราะฉะนั้นนี่คือส่วนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำอยู่ ในเขตชลประทานเรามีความมั่นใจในเรื่องการเกษตรน่าจะไปได้ ปัญหาการขาดแคลนน้ำคงไม่มี ในเขตที่เป็นเรื่องแหล่งน้ำธรรมชาติต้องใช้แบบประหยัด ส่วนในเขตอาศัยน้ำฝน คงต้องเน้นเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค กระทรวงเกษตรฯ มีหน่วยงานที่ลงถึงระดับตำบล มีเกษตรตำบล ที่จะคอยตรวจสอบว่า พื้นที่ส่วนไหนมีปัญหาตรงไหนที่พอจะช่วยอะไรได้บ้าง จากตำบล มีอำเภอ มีจังหวัด แล้วรายงานเข้ามาที่กรมจนถึงกระทรวง ขณะนี้ที่เรียกร้องมากที่สุดคือการขอให้ทำฝนหลวง ซึ่งเราทำอย่างเต็มที่ ทำตลอดทั้งปี เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่าฝนหลวงไม่ได้ทำเฉพาะฤดูฝน แต่ควรทำทั้งปี แม้กระทั่งเรื่องหมอกควันที่ภาคเหนือได้นำฝนหลวงไปทำเหมือนกัน และเริ่มมีฝนตก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการมองแผนระยะกลาง ระยะยาวด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา (วันอังคารที่ 27 มีนาคม 2550) ได้อนุมัติแผนในส่วนการดูแลแก้ปัญหาในสองส่วนควบคู่กันไป คือทั้งแผนอุทกภัยและ ภัยแล้ง โดยการนำข้อมูลของพื้นที่แต่ละพื้นที่มากำหนดเป็นแผนงานโครงการ ทั้งในระบบการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำ ระบบประปาหมู่บ้าน คู คลอง หนอง บึง การขุดลอก เป็นต้น ในวงเงิน 14,000 ล้านบาท เฉพาะปี 2551 ซึ่งรวบรวมจากความต้องการของพื้นที่ในหลาย ๆ กิจกรรมด้วยกันในลักษณะนี้เข้าไปดูแลเกี่ยวกับการพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาสองส่วนทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาลักษณะนี้เกิดความต่อเนื่องได้ช่วงหนึ่ง เชื่อว่าพื้นที่บางพื้นที่จะสามารถแก้ปัญหาแบบยั่งยืน น้ำท่วมฝนแล้งซ้ำซากจะได้หมดไป เป็นความพยายามของรัฐบาล ที่ผ่านมาจะเจอปัญหาลักษณะนี้ ชาวบ้านมักจะบ่น เวลาเสนอปัญหาความต้องการมักจะไม่ได้รับการตอบสนองเรื่องงบประมาณ ปีนี้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลพยายามที่จะให้มีแผนนี้รองรับขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือการแก้ปัญหาหรือบรรเทาเรื่องภัยแล้ง ต้องมองทั้งปี ไม่ใช่มามองเฉพาะช่วงฤดูแล้ง เพราะฉะนั้นที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนระยะยาว เจตนาคือต้องดูแลเรื่องนี้ทั้งปี โดยเฉพาะเรื่องของการที่พยายามจะประหยัดน้ำต้นทุนไว้ให้ใช้ได้ตลอดทั้งปี ก็ตั้งงบประมาณไว้ให้ 14,000ล้านบาทในปี 2551 พิธีกร ความช่วยเหลือเพื่อให้เกษตรกรได้มีการปรับตัว กระทรวงเกษตรฯ ได้เข้าไปแนะนำเกษตรกรหรือไม่ว่าในช่วงแล้งนี้ควรปลูกอะไร ช่วงน้ำท่วมควรปลูกพืชอะไร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันนี้เป็นกิจกรรมปกติของกระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องทำอยู่ทั้งปี และต้องมุ่งในเรื่องการประหยัดน้ำ อาจจะดูพิกลอยู่ถ้าเราจะบอกว่าต้องประหยัดน้ำหน้าฝน ไม่ใช่ประหยัดน้ำหน้าแล้งอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเราอยากจะแนะนำการใช้พันธุ์พืชที่ใช้น้ำน้อยเป็นหลักหรือกิจกรรมการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย ทิศทางของเราคืออยากให้เกิดการประหยัดให้มากขึ้น พิธีกร พอน้ำแล้งจะมีปัญหาที่ตามมาคือเกษตรกรไม่มีงานทำ เกิดการอพยพเข้ามาหางานทำในกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทยมีการเตรียมการอย่างไรบ้าง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการประสานกับพื้นที่ในระดับภูมิภาค จังหวัด อำเภอ เขาจะมีข้อมูลตัวเลขการเคลื่อนย้ายแรงงานในช่วงฤดูกาลนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนของการจัดทำแผนรองรับต้องบูรณาการกิจกรรมเหล่านี้ไปสู่การวางแผนร่วมกันกับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานต่าง ๆ และในพื้นที่จะมีสถานประกอบการอยู่จำนวนมาก อาจจัดให้มีการนัดพบแรงงานบ้าง ก็ป้อนเข้าไป โดยงบประมาณของทางราชการก็ส่วนหนึ่งที่เข้าไปรองรับในส่วนนี้ ให้มีการฝึกอบรมอาชีพ การส่งเสริมเพื่อไม่ให้ว่างงาน และนโยบายสำคัญส่วนหนึ่งคือไม่ต้องการให้ชาวบ้านได้เคลื่อนย้ายแรงงานส่วนนี้ ถ้าไม่จำเป็น เว้นแต่จำเป็นจริงๆ ความต้องการแรงงานแต่ละส่วนมีอยู่มาก ทั้งส่วนกลางส่วนต่างๆ มีแผนงานโครงการใหญ่ๆ ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก ก็แน่นอนเป็นแหล่งรองรับแรงงานจากภูมิภาคส่วนหนึ่ง แต่โดยทั่วไปแล้วข้อมูลส่วนนี้จะมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า มักจะรู้ว่าฤดูกาลนี้ชาวบ้านจะว่างกัน และทางราชการก็มีการประสานกับภาคเอกชนด้วย ทำแผนรองรับส่วนนี้อยู่ พิธีกร ถ้าเราสามารถเห็นภาพรวม ก็จะสามารถวางแผนแก้ปัญหาได้อย่างองค์รวม ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีทั้งสองท่านค่ะ สำนักโฆษก
|