![]() |
คำกล่าวในพิธีมอบรางวัล Child Watch Award และปาฐกถาเรื่อง "ยุทธศาสตร์การทำงานด้านเด็ก เยาวชนและสังคมในยุคโลกาภิวัตน์" ผู้มีเกียรติที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน ผมมีความยินดี ที่ได้มาร่วมงานแถลงสภาวการณ์เด็กและเยาวชนของโครงการ Child Watch พร้อมทั้งมอบรางวัลให้แก่จังหวัดที่มีสภาวการณ์และกลไกขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ดี ในวันนี้ เรื่องของเด็กและเยาวชน ถือได้ว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาความเข้มแข็งของประเทศในระยะยาว งานในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความตระหนักร่วมกันในสังคมถึงความสำคัญของนโยบายด้านเด็กและสังคม และต่อการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่พยายามผลักดันงานด้านนี้ ซึ่งเป็นงานที่มีความยากไม่น้อย เพราะว่าเกี่ยวข้องกับทุก ๆ สถาบันในสังคม การศึกษาของโครงการ Child Watch ซึ่งผมอยากจะเสนอว่า ขอให้ได้พิจารณาชื่อที่เป็น ภาษาไทย บางทีเราใช้ภาษาอังกฤษทำให้คิดว่า เป็นความร่วมมือจากต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องการทำงานของเราทั้งหมด ผมจึงอยากให้มีการพิจารณาคำที่ได้ใช้อยู่แล้ว คือคำว่า "สภาวการณ์เด็ก" ซึ่งก็สั้น ๆ "โครงการสภาวการณ์เด็ก" ก็เหมือนกับคำว่า "โครงการ Child Watch" ตามที่ได้กล่าวไว้เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเพียงข้อเสนอที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้นำไปพิจารณา เพื่อที่จะเปลี่ยนเป็นภาษาไทยต่อไป ในบางพื้นที่และบางสภาพ คำว่า "สภาวการณ์" อาจจะยากเกินไปสำหรับเด็ก เราอาจจะใช้เพียงคำว่า "สภาพ" คงน่าจะใช้ได้ เพราะต่างพื้นที่ ต่างคำพูดที่เราต้องใช้ ถ้าเราพูดใช้เชิงวิชาการ เราต้องใช้คำพูดในเชิงวิชาการ แต่เวลาเราไปพูดกับพี่น้องชาวบ้านจริง ๆ เราคงจะต้องใช้คำพูดอีกคำหนึ่งที่จะทำให้เขาเกิดความเข้าใจมากขึ้น เด็กและเยาวชนเป็นคำพูดเชิงวิชาการ ซึ่งเราแยกความต่างวัยของเด็กออกไป "เยาวชน" ถือว่าเป็นผู้ที่อยู่ในวัยเกือบจะจบการศึกษาอยู่แล้ว ส่วนเด็กนั้นอยู่ในวัยตั้งแต่ที่เรียกว่า "ในวัยเยาว์" แต่ไม่ถึงกับเป็น "ทารก" ไปสู่วัยซึ่งเริ่มเข้าสู่โรงเรียนและเรียนในระดับต้น ๆ ถ้าเราใช้ คำว่า "เด็ก" เพียงอย่างเดียว ผมคิดว่าในภาพรวมคงไม่ทำให้ถึงกับว่าเสียความหมายมากมายอะไร คำว่า "เยาวชน" เป็นเพียงศัพท์ทางวิชาการที่เราได้แยกแยะออกไปเท่านั้นเอง ถ้าเราจะพิจารณาคำที่เป็นภาษาไทย ก็น่าจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของเรา คือการพึ่งตนเอง ยืนอยู่บนขาของตัวเอง มีความพอเพียง มีความมีเหตุผล สำหรับชื่อก็เช่นเดียวกัน คนไทยแต่เดิมตั้งชื่อสั้น ๆ เช่น นายมี นายมา ต่อมาชื่อยาวขึ้น ชื่อเป็นภาษาแขก เหมือนอย่างชื่อผม เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนที่ผมคิดว่าเป็นความเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้แม้ไม่ได้ทำให้สังคมของเรามีอะไรที่เสียหาย แต่การที่จะใช้ภาษาต่างประเทศมาก ๆ คงไม่สู้จะดีนัก แม้กระทั่งชื่อเองก็ตาม ซึ่งเป็นส่วนที่ถือได้ว่าเป็นวิวัฒนาการทางภาษาที่เราได้ เปลี่ยนแปลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีชื่อเป็นภาษาแขกไปหมด จากภาษาไทยแท้ ๆ ที่เป็นชื่อคำเดียว ที่เป็นชื่อของคนเราที่เปลี่ยนมาจนถึงปัจจุบัน และต่อไปอาจจะเปลี่ยนชื่อไปเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเท่าที่ทราบในปัจจุบันมีเด็กๆ ภาคอีสานมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษไปแล้วเป็นบางส่วน แต่ผมคิดว่าถ้าเราพยายามที่จะรักษาศิลปวัฒนธรรมของความเป็นไทยของเราไว้ เราคงจะสามารถดำเนินการได้ เพราะว่าสิ่งที่เราเรียกว่า เป็นศิลปวัฒนธรรม คงจะอยู่ที่วิธีการที่เราจะจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็กและเยาวชนของเราอย่างไร ที่จะให้เขาเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อไปในโอกาสข้างหน้า ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถบริหารจัดการได้ ในฐานะที่เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหาร ไม่ว่าทางด้านการศึกษา การปกครอง และทางสังคม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งการบริหารจัดการที่ว่านี้ จะต้องหาคนดีคนเก่งที่จะไปพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประเทศ ถ้าเด็กและเยาวชนในวันนี้ไม่มีอนาคตที่ดี บ้านเมืองของเราก็จะตกอยู่ในสภาวการณ์ที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงในโอกาสข้างหน้า กระแสโลกาภิวัตน์ได้นำอะไรมากมายเข้ามาสู่วิถีชีวิตของเด็กและเยาวชนไทยในปัจจุบัน ทำให้สังคมของเรามีพื้นที่ในการเสี่ยงต่อการใช้ชีวิตของเด็กและเยาวชนมากขึ้น ขณะเดียวกันได้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของครอบครัวถูกทำลายไปด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไข ที่จะทำให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็ง เป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นรากฐานของการพัฒนาชีวิตที่ดีของเด็ก ๆ ให้จงได้ นอกจากภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญร่วมกันแล้ว สื่อต่าง ๆ ก็มีอิทธิพลสูงมากต่อการรับรู้ของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการโฆษณา ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง และกระทบกับเยาวชนเป็นอย่างมาก เพราะว่าสื่อที่ดำเนินการโฆษณานั้น จะเน้นไปสู่เป้าของการโฆษณา คือเยาวชนและเด็ก ปัจจุบันเรามีสื่อที่สร้างสรรค์หรือสื่อที่มีคุณภาพที่จะพัฒนาความรู้ให้เด็กและเยาวชน ถือได้ว่ายังจำกัดอยู่ อีกทั้งระบบการศึกษายังอยู่ในระหว่างการปฏิรูป ยังไม่ได้เป็นกระบวนการการเรียนรู้ที่ดีของเด็ก ดังนั้น การขาดแคลนสื่อที่มีคุณภาพ ถือได้ว่า เด็ก ๆ ในปัจจุบัน ยังคงอยู่ในปัจจัยแวดล้อมที่คุณภาพ ยังไม่สมบูรณ์นัก ทำให้เด็กไทยมีสภาพเหมือนขาดที่พึ่งและเหมือนกับขาดภูมิคุ้มกัน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเราจะมองภาพอนาคตของบ้านเมืองของเราได้อย่างไร การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง อย่างที่ท่านได้นำเสนอทั้งในด้านของงานวิจัย และไปสู่โครงการนำร่องที่ได้ดำเนินการอยู่นี้ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่ถูกต้อง จากการศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่า มีความเชื่อมต่อของความเจ็บป่วยทางสังคม ที่เกี่ยวเนื่องและมีความสัมพันธ์กันหลาย ๆ เรื่อง เราจึงต้องช่วยกันแก้ไขทั้งระบบตั้งแต่ต้นทาง ไปจนถึงปลายทาง เริ่มตั้งแต่ที่ครอบครัวไปถึงการศึกษา การสื่อสารที่จะทำให้ความเข้าใจได้ทั่วถึงพื้นที่ทางสังคมที่เป็นฐากรากของสังคม การแก้ไขปัญหานี้ผมเรียนได้ว่า ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะปัญหาที่เราเผชิญอยู่นี้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การที่เราจะแก้ปัญหาต้องมีปัจจัยใหม่ ๆ ที่จะมาส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของเราอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ เป็นปัญหาที่เราจำเป็นต้องแก้ไขอย่างต่อเนื่องและบอกได้เลยว่า ไม่มีวันที่จะสิ้นสุด เพราะเราต้องการที่จะเห็นเยาวชนของเรา ได้มีการพัฒนา มีการเรียนรู้ที่ดีขึ้น เราจึงต้องมุ่งเน้นในสิ่งที่จำเป็นและจะต้องแก้ไข สิ่งที่เราได้เห็นอยู่แล้วในขณะนี้ นอกเหนือจากสิ่งที่ท่านได้เสนอในเรื่องของการศึกษา ที่พูดกันว่า เยาวชนและเด็กของเราในปัจจุบันนี้ มีพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และทางด้านคณิตศาสตร์ ไม่สู้จะดีนัก ถ้าเราย้อนมาดูว่า ครูผู้สอนมีขีดความสามารถและมีจำนวนมากน้อยเพียงใด นั่นเป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเราจะเริ่มเร่งรัดให้มีการอบรมครูที่จะสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น มีการเชิญมาทบทวนวิชาการสอน แนวความคิดใหม่ ๆ ทั้งในทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งมีเพิ่มขึ้นมากมายและอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเชิงวิชาการ นาโนเทคโนโลยี หรือ ไบโอเทคโนโลยี ที่เราจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้าไปในยุคโลกาภิวัตน์ในโอกาสข้างหน้า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ครูจะต้องมีความรู้ในเบื้องต้น ช่วงปิดภาคเรียนนี้ กระทรวงศึกษาธิการ จะเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเชิญครูที่สอนวิชา วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มาฟื้นฟู เพื่อปรับพื้นฐานให้มีความพร้อมสำหรับปีการศึกษาหน้ากันต่อไป ซึ่งเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่รัฐบาลได้ดำเนินการ แต่สิ่งที่ผมได้เห็นมากกว่านั้นคือ เด็ก ๆ มีความกระตือรือร้น และปรารถนาที่จะเข้าไปศึกษาต่อเพื่อให้มีความรู้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับมาตรฐานทางการศึกษาของแต่ละโรงเรียน ที่ยังมีความแตกต่างกันอยู่อย่างมากมาย ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการหาทางแก้ไขในสิ่งเหล่านี้ โดยมีการยกระดับมาตรฐานทางการศึกษาให้ใกล้เคียงกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นทางที่จะแก้ไขปัญหาในระยะยาวให้ได้ ผมเพิ่งมีโอกาสเปิดการติวให้กับนักเรียนที่จบมัธยมการศึกษาปีที่ 6 ของจังหวัดชายแดนทางภาคใต้ ซึ่งเป็นการติวเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ 3-4 วัน โดยเฉพาะในเรื่องของวิชาคณิตศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ จากการตรวจสอบข้อมูลของปีที่แล้ว และของปีนี้พบว่า จำนวนผู้ที่เข้ามาติวเพิ่มขึ้น เด็ก ๆ มีความตื่นตัว จำนวนของเด็กที่จะเข้าไปเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย ได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถามเด็ก ๆ เขาบอกว่ามีความพอใจกับการจัดให้ครูที่มีคุณภาพลงไปแนะนำวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้กับเขา นั่นเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดเจนว่า สิ่งที่มีความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่เราจะต้องหาทางแก้ไขกันให้มากยิ่งขึ้น รัฐบาลมีความตั้งใจว่า จะเป็นผู้ลงเสาเข็มทางสังคม โดยเฉพาะทางด้านคุณธรรมจริยธรรม เพื่อที่จะให้เป็นหลักของการพัฒนาบ้านเมืองต่อไป ตามแผนของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ได้กล่าวว่า การศึกษาของเราจะเอาคุณธรรมนำความรู้ นั่นเป็นสิ่งที่ถือได้ว่า เราจะมองในด้านของคุณธรรม จริยธรรม ก่อนที่จะไปรับในด้านอื่น ๆ ผมคิดว่าจะเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านทั้งหลาย ได้เสนอมาในวันนี้ คือการที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาสภาวะของเด็กที่มีปัญหาอยู่ในปัจจุบัน โดยที่รัฐบาลจะสนับสนุนและส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวได้มีความเข้มแข็ง มีระบบสวัสดิการที่ดี มีความรู้และมีวัฒนธรรมที่ดีในการเลี้ยงบุตรหลาน ด้านการศึกษา รัฐบาลจะพยายามทำให้เด็กทุกคนได้พัฒนาไปสู่ระบบการศึกษาที่ดี มีความสามารถและเป็นไปตามศักยภาพของแต่ละคน ให้ทุกคนได้เรียนรู้เพื่อเป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และมีสำนึกที่ดีต่อสังคม ส่วนเรื่องสื่อที่สร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาค่านิยมและจิตใจสำหรับเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องที่อยากจะพูดไว้ในที่นี้ว่า อยากจะขอความร่วมมือที่จะช่วยกันลดและจำกัดพื้นที่ของสิ่งที่เป็นอบายมุขสำหรับเด็กลง เพื่อให้สิ่งเหล่านี้เป็นเสาเข็มและฐานรากที่มั่นคงของสังคมสืบต่อไป รัฐบาลกำลังเร่งฟื้นฟูสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและท้องถิ่น ภายใต้หลักการแห่งความพอเพียงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม และกำลังเดินยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับจังหวัดอย่างจริงจัง โดยทุกจังหวัดสะท้อนปัญหาเด็กและเยาวชนให้เห็นเด่นชัดว่า มีอะไรและเกิดจากอะไร เพื่อที่เราจะได้หาทางแก้ไขกันได้อย่างถูกต้อง ซึ่งอาจจะทำให้จังหวัดที่กำลังเดินตามเส้นทางการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดใหญ่ๆ จะต้องทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนาให้สมดุลมากขึ้น ในขณะเดียวกันต้องมองงานภาคสังคมให้ชัด เป็นรูปธรรมทั้งด้านครอบครัว ด้านการศึกษา ด้านการ จัดระเบียบสังคม รวมทั้งต้องลงทุนทางสังคมให้มากขึ้น หรืออาจจะต้องมีองค์กรหรือกลไกในการติดตามหรือเฝ้าระวังเพื่อช่วยให้การทำงานประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น ผมได้มีโอกาสพบกับเยาวชน ซึ่งมีการจัดองค์กรเป็นของเขาเองขึ้นมาในระดับอำเภอ ระดับ จังหวัด ที่เรียกว่า "สภาเยาวชน" เด็ก ๆ เหล่านี้จะอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่เป็นเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นเด็กที่ต้องการที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคม เขามีข้อเสนอแนะ มีข้อคิดเห็นในการที่จะพัฒนาบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของเขา ล่าสุดผมไปนี้อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้พบกับเยาวชนซึ่งเป็นประธานสภาเยาวชนของอำเภอ เขาได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ แม้กระทั่งกับผมเอง ผมอยากจะเรียนว่า การที่เราสามารถที่จะให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานั้น ถือเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะเขามีมุมมองของเขาเอง ถ้าหากทุกคนมองย้อนกลับไปสมัยที่ยังเป็นเด็กอยู่ ทุกคนคงนึกได้ว่ามีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ขัดใจกับพ่อแม่ และไม่ได้คิดจะทำตามที่พ่อแม่ ได้บอก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของคนเราทุกคน รวมทั้งตัวผมเองด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเย็น ถ้าหากว่าเราจะได้ให้เขามีช่องทางที่แสดงออกอย่างที่ผมได้กล่าวว่า เรามีสภาเยาวชน ซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกันจากระดับของเยาวชนเอง มาสู่ระดับของผู้ใหญ่ที่ดูแลพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอ จังหวัด ต่าง ๆ จังหวัดที่ได้รางวัลทั้ง 12 แห่งนี้ ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เห็นว่าสังคมไทยยังมีความหวัง ที่ดีในการทำงานในด้านเด็กและเยาวชน และเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกัน ๓ ฝ่าย ระหว่าง ภาควิชาการ ภาคประชาชน และภาคราชการ ทำให้เราได้เห็นปัญหาของสังคมและต้นตอที่แจ่มชัด ขณะเดียวกันได้เห็นถึงโอกาสและลู่ทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมได้ จึงมีความสำคัญที่รัฐบาลจะเข้าไปหนุนเสริมให้เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป ผมรู้สึกยินดีที่เห็นยุทธศาสตร์จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก มีการเคลื่อนตัวไปเป็นรูปธรรมในหลายจังหวัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ให้ความห่วงใยและมุ่งมั่นต่อการแก้ปัญหาและพัฒนาเด็กและเยาวชน อันจะเป็นรากฐานต่อการพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพื้นที่ใน ต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังมีหลายจังหวัดที่ได้วางวิสัยทัศน์เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนไว้อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านชีวิต สุขภาพครอบครัว และการเรียนรู้ เพื่อให้ก้าวไปสู่เป้าหมายการเป็นสมาชิกที่เข้มแข็งของจังหวัดต่อไป ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้เห็นการทำงานอย่างประสานเชื่อมโยงระหว่างหน่วยต่างๆ ทั้งในจังหวัด พื้นที่ใกล้เคียง เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่ต้องการร่วมกัน ส่วนรัฐบาลจะถือเป็นนโยบายที่จะให้การสนับสนุนจังหวัดต่าง ๆ ในการทำงานด้านสังคม โดยเฉพาะในด้านเด็กและเยาวชนอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกท่านมีความมั่นใจในการทำงาน เพื่อที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อันใหญ่หลวงต่อประเทศชาติกันต่อไป เพราะการทำดีเพื่อเด็กนั้น ไม่ได้เป็นแค่เพียงคุณประโยชน์แก่เด็ก 15-16 ล้านคนของเราเท่านั้น แต่เป็นคุณประโยชน์ต่อผู้ปกครองอีก 30 ล้านคน และกับคนทั้งประเทศด้วย ในปัจจุบันนี้มีพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นจำนวนมากที่มีความทุกข์เรื่องลูก ในขณะที่ตัวเองต้องดิ้นรนทางเศรษฐกิจอยู่แล้วยังต้องพะว้าพะวังเรื่องลูกอีก ดังนั้น การทำเรื่องเด็กจึงเป็นการเขียนอนาคตที่สดใสให้กับประเทศชาติ ผมขอแสดงความยินดีกับจังหวัดที่ได้รับรางวัลและผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง ขอให้กำลังใจในการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ทุกประการ ขอขอบคุณผู้ว่า ราชการจังหวัดต่าง ๆ ผู้แทนหน่วยงาน ตลอดจนนักวิจัยโครงการ Child Watch และผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกท่านด้วยความจริงใจ พร้อมทั้งขออำนวยพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนของชาติตลอดไป ขอขอบคุณครับ กลุ่มยุทธศาสตร์และการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
|