คำกล่าวงานสัมมนามหกรรมการจัดสวัสดิการชุมชนโดยองค์กรชุมชน
"สวัสดิการชุมชน คนไม่ทิ้งกัน"
โดย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัดนนทบุรี
05 กุมภาพันธ์ 2007 14:00 น.


กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ผู้แทนขบวนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน 7 ภาค
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา
และผู้มีเกียรติทุกท่าน

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมในพิธีปิดการสัมมนามหกรรมการจัดสวัสดิการชุมชนโดยองค์กรชุมชนในเรื่องของ “สวัสดิการชุมชน คนไม่ทิ้งกัน” ที่เครือข่ายสวัสดิการชุมชน 7 ภาค ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดขึ้นในวันนี้

การจัดงานครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ในการร่วมกันพัฒนาสวัสดิการชุมชนและระบบช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันที่ประสบผลสำเร็จอย่างน่าชื่นชม สิ่งที่ผู้แทนขบวนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน ได้เสนอมานั้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เพราะว่าเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนในส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของภาครัฐตระหนักดีว่า ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ซึ่งได้รับการกลั่นกรองจากพี่น้องประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่า

ในวันนี้ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานในลักษณะเช่นนี้ถึง 2 ครั้ง เมื่อเช้าผมได้มีโอกาสไปร่วมงานของกองทุนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ที่ตำบลกู่กาสิงห์ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งก็เป็นความริเริมของพี่น้องประชาชนในลักษณะใกล้เคียงกับที่ท่านมาหารือกันในวันนี้ นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ผมมีความปลาบปลื้ม มีความภาคภูมิใจ เพราะพี่น้องทุก ๆ คน ได้ร่วมมือร่วมใจกัน ที่จะสร้างความเจริญให้กับ ท้องถิ่น ชุมชน สังคมของเรา ไม่ว่าในด้านใด ๆ ก็ตาม และในวันนี้ผมก็ได้รับทราบอีกส่วนหนึ่งคือ เรื่องสวัสดิการสังคม การจัดสวัสดิการชุมชนอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นแนวความคิดที่ดียิ่งในสังคมประชาธิปไตยของเรา ถ้าจะพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่า สิ่งที่ท่านได้กล่าวว่าการช่วยเหลือ การแบ่งปันกันซึ่งกันและกันนั้น เป็นวัฒนธรรมสังคมของไทยที่มีมาช้านานแล้ว ในอดีตหรือแม้กระทั่งในปัจจุบันนี้ ในสังคมของเราในชนบทยังได้เห็นวัฒนธรรมการแบ่งปันข้าวปลาอาหาร แรงงาน และการดำเนินกิจกรรมให้ความ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่เสมอ จะมีก็แต่ในสังคมเมือง ซึ่งในบางครั้งยังขาดสิ่งเหล่านี้ไปอยู่บ้าง ดังนั้นการที่จะนำจุดแข็งนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดสวัสดิการชุมชน ผมขอชื่นชมอีกครั้งหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง

การแบ่งปันและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่มีความพอเพียงรวมอยู่ด้วย เพราะการที่เราสามารถแบ่งปันสิ่งที่เรามีอยู่ให้แก่คนอื่นได้ นั่นก็หมายความว่าเรามีความพอเพียงอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว และความพอเพียงนี้จะนำไปสู่ความสุขที่ยั่งยืนของสังคมตามที่เรา ทุกคนปรารถนากันต่อไป

สวัสดิการชุมชนที่ท่านทั้งหลายได้ร่วมกันสร้างขึ้นนี้ แม้ว่าจะเป็นระบบสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่จัดการโดยชาวบ้านร่วมกับการบริหารงานในส่วนท้องถิ่น แต่ก็เป็นระบบที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนในชุมชน ถือว่าเป็นการให้อย่างมีคุณค่าและเป็นการรับอย่างมีศักดิ์ศรี นอกจากนี้ยังมีความน่า สนใจอีกประการหนึ่งก็คือ รูปแบบสวัสดิการที่ได้ริเริ่มและดำเนินการไปแล้ว มีความหลากหลาย และเกี่ยวข้องกับคนในท้องถิ่นตั้งแต่เกิดจนตาย คือมีทั้งการรับขวัญเด็กแรกเกิด การดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ และคนด้อยโอกาส การเยี่ยมเยียนให้กำลังใจคนเจ็บป่วย และการช่วยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิต เป็นต้น หากชุมชนส่วนใหญ่ในสังคมไทยมีการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้วยน้ำจิตน้ำใจอย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้ว มีระบบสวัสดิการที่ชุมชนท้องถิ่นจัดการเองได้เช่นนี้ ก็จะทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสังคมไทยจะมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

สำหรับในส่วนรัฐบาล ได้ให้ความสำคัญกับแนวทางการสร้างระบบสวัสดิการที่ชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางเช่นเดียวกัน รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนสิ่งที่ถือว่าเป็นผลสรุปจากการสัมมนาของทุกคนในวันนี้ ท่านบอกว่ารัฐบาลมีเวลาเหลืออยู่ไม่มาก สิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ผมจะตัดสินใจทำในทันที และสิ่งนั้นก็คือข้อเสนอที่ท่านได้เสนอให้กับผมหลาย ๆ อย่างไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเย็น ยกตัวอย่างว่า การที่จะให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นให้เงินสนับสนุนของสวัสดิการชุมชนนั้น ตราบใดที่เราใช้เงินให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ไม่ได้เอาเข้าพกเข้าห่อของเราเอง นั่นก็คือการใช้เงินให้เป็นประโยชน์ ถ้าการใช้เงินนั้นเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เป็นไปเพื่อคุณภาพชีวิตของเราที่ดีขึ้น นั่นก็คือการใช้งบประมาณที่ถูกต้อง ความมุ่งหวังของรัฐบาลก็มีเพียงเท่านั้น

วันนี้ผมได้ฟังสิ่งที่ชาวบ้านได้บอกกับผมว่า เขาอยากที่จะกิน เขาอยากที่นอนอุ่น และอยากที่จะมีเงินออม เขาคิดและอยากทำสิ่งที่ง่าย ๆ อย่างที่ผมได้กล่าวไว้เพียงเท่านี้ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่รัฐบาล มุ่งหวัง รัฐบาลไม่สามารถที่จะไปทำอะไรทุกด้วยตัวของรัฐบาลเอง ไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะมีอายุสั้น หรือว่ารัฐบาลนั้นจะมีอายุยาว เพราะว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเองก็ไม่สามารถที่จะลงไปในทุกหมู่บ้าน ในทุกตำบล เราก็คงจะต้องอาศัยพี่น้องประชาชนช่วยกันเอง ช่วยกันดำเนินกิจการ ช่วยกันบริหารอยู่ในระบบที่ พูดไปเมื่อสักครู่ว่า เรามีความโปร่งใส เรามีความเป็นกลาง เรามีความซื่อสัตย์ต่อกัน เรามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่ชุมชนไม่ว่าจะเป็นลักษณะของหมู่บ้านก็ตาม หรือจะเป็นในลักษณะของตำบลก็ตาม จนกระทั่งมาอยู่ในระดับประเทศ ถ้าหากว่าสังคมของเรามีลักษณะเช่นนั้น ประเทศชาติก็จะเป็นประเทศชาติที่มีความมั่นคง มีสังคมที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะต่อสู้กับสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะในรูปแบบใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับสังคมของเรา กับบ้านเมืองของเราต่อไป

ผมขอขอบคุณพี่น้องเครือข่ายชุมชน ตลอดจนหน่วยงานที่เข้าร่วมดำเนินงานทุกแห่ง ที่ได้ทำงานด้วยความเสียสละและทุ่มเท จนสามารถที่จะสร้างต้นแบบการพัฒนาระบบสวัสดิการที่มีคุณค่าให้กับสังคมไทย และผมขออวยพรให้ทุกท่าน จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ คิดหวังสิ่งใดในทางที่ถูก ในทางที่ควร ขอให้จงประสบความสำเร็จในสิ่งที่ท่านปรารถนาทุกประการ

ขอขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ 
ลัดดา ถอดเทป /จินตนา ตรวจ