ปาฐกถา เรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย"
ในโอกาสเป็นประธานเปิดงาน Dinner Talk
ชื่อ "มองเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปี 2550"
โดย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ณ ห้องเพลนนารี 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
29 มกราคม 2007 18:15 น.


รองนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรี
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
กรรมการและสมาชิก
ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน

ผมรู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปี ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในวันนี้ และขอแสดงความชื่นชมนักอุตสาหกรรมทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ได้เสียสละริเริ่มสร้างสรรค์และร่วมกันสร้างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้เป็น ศูนย์กลางรวมพลังนักอุตสาหกรรมไทยทั่วราชอาณาจักร นับเป็นสถาบันที่มีความมั่นคง เป็นปึกแผ่น ในสังคมไทยและสังคมผู้ประกอบธุรกิจตลอดมา

สำหรับเศรษฐกิจไทยในวันนี้ ถือว่ามีศักยภาพที่จะขยายตัวได้ดีต่อไป แม้ว่าจะมี หลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ที่อาจจะนำไปสู่ความไม่แน่นอนต่างๆ อันอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และต่อภาคอุตสาหกรรมของไทยได้ ส่วนผมเห็นว่าการที่จะนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน และนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรม จะทำให้เราสามารถก้าวล่วงอุปสรรคหลายๆ อย่างเหล่านั้นไปได้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเน้นย้ำให้มีการดำเนินการทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนา ที่เราเรียกว่า "การพัฒนาที่ยั่งยืน" เพื่อให้เป็นเกราะกำบังที่มีประสิทธิภาพในการรองรับสถานการณ์ของโลกและของประเทศ ซึ่งแน่นอนมักจะเปลี่ยนแปลงและปรวนแปรไปได้ในทุกสภาวะโอกาส ในขณะเดียวกัน เราต้องคงความสามารถในการแข่งขันของเราไว้ให้ได้ โดยสามารถอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ควบคู่กันไปด้วย

การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับการประกอบอุตสาหกรรมนั้น ได้มีผู้วิจัยไว้ว่า อุตสาหกรรมที่ต้องการพัฒนาตนเองตามรอยพระยุคลบาทในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควรบริหารจัดการธุรกิจอุตสาหกรรมของตน โดยยึดหลักสำคัญรวม 7 ประการ ประการ ที่หนึ่ง ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ราคาไม่แพง แต่ถูกหลักวิชาการ ประการที่สอง มีขนาดการผลิตที่เหมาะสม สอดคล้องกับความสามารถในการบริหารจัดการของตน ประการที่สาม ไม่เล็งผลเลิศจนเกินไป และเน้นกำไรหรือผลตอบแทนในระยะยาวเป็นหลัก ประการที่สี่ ยึดความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบการเป็นที่ตั้ง ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และไม่เอารัดเอาเปรียบแรงงานหรือลูกค้า ตลอดจนไม่เอาเปรียบผู้ที่จำหน่ายวัตถุดิบ

ประการที่ห้า เน้นนโยบายกระจายความเสี่ยง จากการจัดให้มีการผลิตผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และ/หรือสร้างสมความสามารถในการปรับเปลี่ยนผลผลิตได้ง่ายๆ ประการที่หก เน้นนโยบายในการบริหารความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ก่อหนี้จนเกินขีดความสามารถในการบริหารจัดการของตน ประการสุดท้าย เน้นนโยบายการตอบสนองตลาดภายในท้องถิ่น ภูมิภาค ตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ตามลำดับ เป็นหลัก

คณะนักวิจัยชุดนี้ ซึ่งนำโดย ศาสตราจารย์ ดร.อภิชัย พันธเสน ได้ศึกษาโครงการส่วนพระองค์จิตรลดา และสหกรณ์โคนมหนองโพ ราชบุรี และต่อมาจึงได้เพิ่มสิ่งที่อุตสาหกรรมควรที่จะนำไปยึดเป็นหลักเพิ่มเติมอีก 3 ประการ คือ ประการที่หนึ่ง ใช้เทคโนโลยีที่ถูกหลักวิชาการ แต่มีราคาถูก ประการที่สอง ใช้ทรัพยากรทุกชนิดอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ประการที่สาม เน้นนโยบายการสร้างงานเป็นหลัก โดยไม่นำเทคโนโลยีมาทดแทนแรงงาน ในกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผลิตภัณฑ์

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่เพียงแต่มุ่งประโยชน์ให้ตกแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังมุ่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการบริหารจัดการทำให้กิจการต่างๆ นั้น สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้อย่างดี และไม่มีสิ่งที่ขัดแย้งระบบความคิด หรือหลักการทำธุรกิจในระบบเสรีนิยม เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เน้นที่กำไรสูงสุด แต่เป็นการเน้นความพอเพียงของทุกๆ ฝ่าย ดังนั้น เศรษฐกิจพอเพียงจึงมีความเหมาะสมที่จะนำไปปฏิบัติ เพราะประกอบด้วยหลักจริยธรรมที่สำคัญ และเน้นผลประโยชน์ตอบแทนต่อสังคมในระยะยาว ไม่เอารัดเอาเปรียบระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค อันก่อให้เกิดสันติสุขในสังคมได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้กับอุตสาหกรรมที่มีขนาดต่างๆ กันนั้น อยู่ในประเภทที่ต่างกัน ควรจะพิจารณาข้อสังเกตนี้ด้วย คือ อุตสาหกรรมที่ผลิตและเน้นตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ควรจะมุ่งด้านปรับปรุงวิธีให้มีการใช้เทคโนโลยีให้ถูกต้องตามหลัก วิชาการ แต่ว่ามีราคาถูก มีการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการประเภทนี้ ให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด อุตสาหกรรมที่พึ่งตลาดภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ควรเน้นการแสดงออกถึงระบบในการจัดการที่เรียกว่าไม่โลภจนเกินไป และไม่เน้นกอบโกยให้ได้กำไรสูงสุดในระยะสั้นเป็นหลัก รวมทั้งต้องแสดงให้มหาชนได้เห็นว่าผู้ประกอบการนั้นยึดความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบการ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค แรงงาน หรือลูกค้า เป็นต้น

อุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการส่งออกต่างประเทศสูง ต้องเน้นในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบการ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค แรงงาน และผู้จำหน่ายวัตถุดิบน้อยกว่าประเภทที่อาศัยตลาดภายในประเทศเป็นหลักแนวทางของอุตสาหกรรมที่ปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควรสนับสนุนให้กิจการของตนเน้นการบริหารความเสี่ยงในระดับต่ำ มีความระมัดระวังในการใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างๆ และขยายกิจการจากการนำกำไรสะสมที่มีอยู่มาใช้แทนสินเชื่อ เพราะหากธุรกิจอุตสาหกรรมมีการบริหารจัดการเงินทุนเป็นอย่างดีแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นหรือมีความจำเป็นน้อยที่จะต้องอาศัยเงินทุนจากภายนอกแต่อย่างใด

ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ปีพุทธศักราช 2550 นี้ เป็นปีมหามงคลยิ่งอีกวาระหนึ่งของปวงชนชาวไทย เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ที่จะมาถึงนี้ ผมมีความยินดีที่ได้รับทราบว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในฐานะองค์กรชั้นนำของภาคเอกชนมีความมุ่งมั่นที่จะสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้อมฯ รับพระราชปณิธาน ด้วยการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมายึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติ ในการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันผลิต ผลักดันสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ และสร้างประโยชน์สุขอย่างยั่งยืนให้แก่ปวงชนชาวไทยสืบไป

ผมมีความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ริเริ่มขึ้น จะเป็นพลังอันสำคัญ ทำให้เราสามารถเผชิญหน้ากับภาวะวิกฤติด้านเศรษฐกิจผันผวนของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากภาคอุตสาหกรรมได้น้อมฯ นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมายึดถือปฏิบัติในการพัฒนาอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำไปจนถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำ จะทำให้นักอุตสาหกรรมกลับมายึดมั่นในทางสายกลาง ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท มีความพอประมาณ และมีเหตุผล ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี แทนที่จะอาศัยแต่วิ่งไปตามกระแสนิยมในยุคเศรษฐกิจเสรี จนทำให้เป็นเศรษฐกิจที่ไร้ความพอเพียง เต็มไปด้วยความฟุ้งเฟ้อ และนำไปสู่ภาวะวิกฤติได้ง่าย

ผมขอเรียนว่า ขณะนี้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกำลังเป็นสิ่งที่โลกให้ความสนใจมากขึ้น เพราะว่าทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าความไม่พอเพียงกำลังจะพาโลกไปสู่สิ่งที่วิกฤติ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องใช้เศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาเยียวยารักษา แม้แต่องค์การสหประชาชาติจะเดินหน้าเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยผมได้ทราบว่า ขณะนี้ได้มีการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมแจกจ่ายแก่ประเทศภาคีสมาชิกด้วยแล้ว

ผมขอย้ำว่า การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เท่ากับเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงในอนาคตให้แก่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศต่อไป และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมของไทย เป็นเศรษฐกิจที่สามารถอุ้มชูตนเองได้ในระดับพื้นฐาน โดยไม่สร้างความเดือดร้อน และประชากรได้รับความสุขจากความเจริญเติบโตอย่างพอเพียงโดยถ้วนหน้า

บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการเสวนาโดยคณะวิทยากรผู้ทรงเกียรติ เรื่อง "มองเศรษฐกิจอุตสาหกรรม 2550" ณ บัดนี้ ผมขออำนวยพรให้การเสวนาจงบรรลุผลสำเร็จตามที่ทุกท่านได้วางเจตจำนงไว้ทุกประการ พร้อมทั้งขอให้ทุกท่านจงประสบความผาสุก ความเจริญโดยทั่วกัน ขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
อภิญญา ตันติรังสี/ถอดเทป/พิมพ์ จินตนา จ้อยจุมพจน์/ตรวจ