คำกล่าวในโอกาสมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานในการประชุมชี้แจง
มอบนโยบายตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนระดับตำบล
จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ณ ห้องน้ำพราว โรงแรมซีเอส อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
27 มกราคม 2007 10:25 น.


กราบนมัสการพระคุณเจ้า ท่านเจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส
อัสละลามุอะลัยกุม ท่านพี่น้องมุสลิมที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว ผมพบท่านทั้งหลายมาหลายครั้งโดยฉพาะที่นี่
เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ท่านประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
เพื่อนข้าราชการและผู้มีเกียรติทุกท่าน

นับว่าเป็นอีกวาระหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสมาอยู่ในห้องประชุมนี้ ซึ่งมีจำนวนท่านผู้ที่เข้ามาร่วมประชุมใกล้เคียงกันในลักษณะเช่นนี้อีกครั้งหนึ่ง ครั้งที่แล้วผมได้มีโอกาสพูดถึงความคิดความในใจที่อยากจะให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันในส่วนของพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นพุทธ มุสลิม ที่จะทำให้เกิดสันติสุขขึ้นมาในพื้นที่ของเรา มาในวันนี้ความมุ่งมั่นความพยายามของผมก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง ยังพยายามที่จะให้เกิดความสงบ ความสันติสุข ขึ้นมาในบ้านเมืองของเราให้ได้ รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น 1 ใน 2 เรื่อง ที่มีความสำคัญ และถือได้ว่าเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องดำเนินการให้สำเร็จให้ได้ โดยที่การดำเนินการนั้นเราต้องใช้แนวทางสมานฉันท์ สันติเป็นหลัก แต่ต้องอาศัยการทำงานของทุกภาคส่วนที่จะต้องมาช่วยกัน หลัก ๆ ในการทำงานของเรานั้นอย่างที่คุณพระนายฯ ได้กล่าวไปแล้วคือ ความร่วมมือร่วมใจกันเป็นหลักสำคัญ และอยากให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสมีส่วนร่วมมากที่สุด

ในสังคมของพวกเราซึ่งถือว่ามีคนมุสลิมเป็นส่วนใหญ่นั้น ส่วนสำคัญคงเป็นส่วนที่ท่านผู้นำทางศาสนา โต๊ะอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น จะต้องมีส่วนร่วมด้วย ถ้าจะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปทำงานเพียงอย่างเดียวนั้น โอกาสที่จะบรรลุความสำเร็จก็จะไม่มากนัก ความร่วมมือเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง ประชาชนจะได้มีโอกาสมาทำงานตามที่เราได้กำหนดเป็นโครงการขึ้นมา ก็จะไม่สำเร็จ ถ้าหากว่าประชาชนมีโอกาสเข้ามาดำเนินการมีส่วนร่วม มีส่วนในการบริหารงานภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของผู้ใหญ่ นั่นก็หมายถึงว่าไม่ว่าจะเป็นโต๊ะอิหม่าม ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาช่วยกันแล้วงานจะไปได้ นั่นเป็นจุดที่ผมคิดว่าเป็นส่วนสำคัญ เป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหา ที่จะทำให้เกิดความสงบขึ้นมาในบ้านเมืองของเราให้ได้ แต่บางคนก็เอาไปพูด ครั้งที่แล้วที่ผมมาพูดในห้องประชุมนี้ แล้วท่านอิหม่ามประจำมัสยิดกลางได้ขอให้ผมขออภัยในที่ประชุมนี้ ก็มีคนนำไปพูดบอกว่า ผมขออภัยแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ก็เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นอยู่ตลอด ผมได้อธิบายว่าการใช้แนวทางสมานฉันท์นั้นไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่ดำเนินการตามกฎหมาย การดำเนินการตามกฎหมายนี้เรายืนอยู่บนความถูกต้อง ยืนอยู่บนความเป็นธรรม ถ้าหากว่ามีผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย รัฐก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เราจะยืนอยู่บนการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หมายถึงว่าผู้ที่กระทำผิดใช้อาวุธ และทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น อาจจะทำให้ผู้อื่นถึงแก่เสียชีวิต ยกตัวอย่างในกรณีของผู้ใหญ่กูเฮ็งฯ ที่เมื่อสักครู่นี้ นั่นถือว่าผู้ใหญ่ฯ มีความตื่นตัวมีความระแวดระวัง แต่มีอีกหลายคนที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งไม่สามารถที่จะทำได้อย่างผู้ใหญ่กูเฮ็งฯ การที่เราจะดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย เราจะพยายามอย่างที่สุดที่จะทำให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมา รัฐบาลยึดแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน คือแนวทางเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา นั่นเป็นแนวทางหลักที่รัฐบาลพยายามที่จะดำเนินการในส่วนเหล่านั้น เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด

ในการดำเนินงานของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการทำงานของทางพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ ถือได้ว่าเรามีเรื่องสำคัญ ๆ อยู่ 2 เรื่องที่จะต้องทำ เรื่องแรกคือเรื่องการที่จะลดปัญหาความรุนแรงลงให้ได้ การที่จะสร้างความสงบให้มีสันติสุขขึ้นมาในพื้นที่ของเรา นี่เป็นความสำคัญลำดับแรกที่จะต้องหาทางแก้ไข ในส่วนที่สองซึ่งจะต้องกระทำควบคู่กันไปคือการที่จะวางรากฐานสร้างความเข้าใจตามที่ผมได้เรียนเมื่อสักครู่นี้ว่าเราจะทำตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การที่จะสร้างความเข้าใจ สร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นมาได้นั้นเป็นส่วนสำคัญ ถ้าหากว่าเกิดความเข้าใจแล้ว ความแตกแยกที่มีอยู่ก็จะลดลงไป นั่นจะเป็นส่วนที่เราจำเป็นที่จะต้องดำเนินการกัน

สิ่งที่สำคัญที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นเรื่องที่จะต้องมองกันในระยะยาวและผมเองได้ให้ความสนใจ ให้ความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้ได้นั้นคือในเรื่องของการที่จะวางพื้นฐานทางการศึกษา ผมได้ดำเนินการมาล่วงหน้าก่อนที่จะมาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี และยังคงมุ่งมั่นอยู่ในการที่จะวางพื้นฐานทางการศึกษาให้ลูกหลานของเราได้มีความรู้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของทางด้านวิชาสามัญหรือทางด้านศาสนา ที่จะให้มีความรู้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองในการที่จะพัฒนากันต่อไป เรามีโครงการหลาย ๆ โครงการซึ่งผมก็พอที่จะพูดให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบไว้ ณ ที่นี้ว่า ในขณะนี้จะพยายามที่จะปรับปรุงการศึกษาในระดับของมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดแทรกในเรื่องของการศึกษาทางด้านศาสนาเข้าไปให้มากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นว่า มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ที่ปัตตานี ในส่วนของวิทยาลัยอิสลามศึกษา รัฐบาลจะทุ่มเทที่จะพัฒนาวิทยาลัยอิสลามศึกษานี้ให้มีความเจริญ มีความก้าวหน้า และสามารถที่จะรองรับนักศึกษาในท้องถิ่นได้เพิ่มมากขึ้น ในส่วนของมหาวิทยาลัยที่จะมีการจัดตั้งใหม่ ที่จังหวัดนราธิวาส ที่ได้รับพระราชทานชื่อแล้วว่า มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ นั่นจะเป็นอีกแห่งหนึ่งที่เราจะได้จัดให้มีการศึกษาทางด้านศาสนาอยู่ในมหาวิทยาลัยด้วย

ในเรื่องของการปรับปรุงการศึกษาในขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นประถม มัธยม ก็จะได้มีการปรับการศึกษาในขั้นพื้นฐานนี้เช่นเดียวกัน จะมีการสอดแทรกในเรื่องการศึกษาทางด้านศาสนาเข้าไว้ได้อย่างไร ผมได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับทางรัฐบาลมาเลเซีย ที่จะนำทั้งนักเรียน ครู อุสตาซไปดูว่าทางมาเลเซียนั้นเขาได้ปรับปรุงการศึกษาในขั้นพื้นฐานไปอย่างไร อะไรดี ๆ เราจะได้นำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุงในบ้านเมืองของเราบ้าง เพราะว่าเราเป็นบ้านเมืองใกล้ ๆ กันอย่างนี้ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ลำบากยากเย็นที่จะปรับในสิ่งเหล่านี้ให้มีความก้าวหน้าใกล้เคียงกัน เพราะว่าพื้นฐานส่วนใหญ่ของคนมาเลเซียก็เป็นคนมุสลิมอยู่แล้ว ฉะนั้นคงไม่ได้ลำบากอะไรที่เราจะปรับตัวเข้าไปหากันบ้าง ผมได้หารือในเรื่องเหล่านี้และคิดว่าเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผมไปที่ประเทศอินโดนีเซียก็ได้พูดกันถึงเรื่องเหล่านี้ เราจะได้มีความร่วมมือกันในด้านการศึกษา ทั้งในด้านสามัญ วิชาสามัญ และทางด้านศาสนาด้วย เพื่อให้เกิดความคิดเห็นที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันต่าง ๆ อันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ดียิ่งขึ้นกันต่อไป ผมขอเรียนตรงนี้อีกนิดหนึงว่า จากความสงบมาสู่การศึกษา จากการศึกษาไปสู่การที่จะมีความร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น

ผมไปประชุมกลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มประเทศอาเซียนถือได้ว่าถ้ารวมอินโดนีเซียกับมาเลเซียเข้าด้วยกันแล้ว จะเป็นกลุ่มประเทศที่มีคนมุสลิมมากที่สุดในโลก อินเดียมีคนมุสลิม 140 ล้านคน ปากีสถานประมาณเกือบ 200 ล้านคน บังคลาเทศก็ 100 กว่าล้านคน แต่ถ้ารวมอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทยและชุมชนมุสลิมในประเทศของกลุ่มอาเซียนเข้าด้วยกันแล้ว กลุ่มประเทศอาเซียนจะมีคนมุสลิมมากที่สุดในโลก จากจุดที่เราคุยกันตรงนี้เราก็พูดกันว่าเราจะร่วมมือกันอย่างไร เรามีความร่วมมือระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ซึ่งกำลังจะเริ่มปรับปรุง เริ่มทำให้ก้าวหน้ากันต่อไป เพราะว่ากลุ่มประเทศอาเซียนนั้น ต่อไปจะมีความร่วมมือที่ค่อนข้างใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เราคิดกันว่าอีก 8 ปีข้างหน้า กลุ่มประเทศอาเซียนนั้นจะมีความใกล้ชิด มีกฎบัตรของอาเซียน ซึ่งถ้าหากว่าท่านศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ แล้ว ก็มีลักษณะกลุ่มประเทศกลุ่มหนึ่งซึ่งเรากำลังจะไปในลักษณะที่คล้ายกัน คือสหภาพยุโรป แต่ว่าของเราหมายถึงกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 10 ประเทศในขณะนี้ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทางด้านความเชื่อ ทางด้านเชื้อชาติ

สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่เราถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณา เป็นทั้งโอกาส และเป็นทั้งอุปสรรค เดิมเราจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดอีกประมาณ 13 ปีข้างหน้า แต่การประชุมครั้งนี้ได้ลดเวลาลงมาอีก 5 ปี ฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดในวันนี้ก็หมายถึงว่า ผมได้พูดกับท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พูดกับประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ปัญหาที่มีอยู่ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นที่ฟิลิปปินส์ ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ไม่ว่าปัญหาที่อาเจะห์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางบ้านเราเองก็ตาม จำเป็นที่จะต้องหาทางแก้ไขให้ยุติลง ให้เกิดความสงบขึ้นมาให้ได้ ถ้าเกิดความสงบขึ้นมาแล้ว การที่จะทำให้ประเทศอาเซียนก้าวไปข้างหน้าจะทำได้ไม่ยากเลย เรามีศักยภาพ เรามีทุกอย่างในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรน้ำมัน แหล่งแร่ธาตุต่าง ๆ อาหาร มีครบทุกอย่าง ถ้าเราไม่ได้นำสิ่งดี ๆ เหล่านี้เข้ามารวมกัน และก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ก็เหมือนกับว่าเราปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป มองไปทางตะวันออก จีนกำลังเจริญก้าวหน้า เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างเร็วมาก มองไปทางตะวันตก อินเดียก็กำลังก้าวหน้าขึ้นมาติด ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้องมามองดูตัวเราเองว่าเราจะยังรอช้ากันอยู่อีกหรือ ที่จะไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหา ไม่ช่วยกันให้ภูมิภาคของเราก้าวไปหน้าได้ เราอยู่ตรงกลางระหว่างจีนกับอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางน้ำ ทางบก ก็ต้องผ่านภูมิภาคของเรา การที่จะไปข้ามภูเขาหิมาลัย ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ตั้งแต่ทิเบตซึ่งเป็นพื้นที่ที่สูงที่สุดในโลกมาทางตอนใต้ของจีน มาทางตอนเหนือของพม่า การเดินทางทางบกนั้นเกือบจะเป็นไปไม่ได้ นอกจากเสียว่าผ่านเข้ามาทางลาว ทางเวียดนาม ไทย ไปพม่า ไปบังคลาเทศ แล้วก็ไปอินเดีย ทางก็มีอยู่แค่นั้น ทางบก ถ้าทางทะเลก็ต้องอ้อมผ่านกลุ่มประเทศอาเซียนอยู่ดี ไม่ว่าจะไปช่องมะละกา หรือว่าช่องอื่นใด ช่องซุนดาของอินโดนีเซีย ก็ต้องผ่านเราทั้งนั้น นั่นเป็นจุดที่ถือได้ว่าถ้าเราไม่ช่วยกัน เราจะต้องตกรถไฟขบวนนี้แน่ ๆ

นั่นเป็นเรื่องที่อยากจะเรียนว่า ทำไมการประชุมในระดับเช่นนั้นแล้ว ถ้าหากว่าไม่ได้รับความร่วมมือ ไม่ได้รับความร่วมใจจากพี่น้องประชาชนที่จะช่วยกันแก้ไข เราก็คงจะตกรถไฟ ความเจริญที่ว่านั้น เรายืนอยู่บนพื้นฐานปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว เราจะเลือกเอาว่าเอาแค่พอเพียง เอาแค่ไหน เรามีกำลังแค่ไหน เราจะรับแค่ไหน เราก็จะเอาแค่นั้น เราไม่มองว่าเราจะต้องไปเจริญเหมือนกับญี่ปุ่นหรืออะไร แต่ว่าเราจะต้องมีความมั่นคง เราจะต้องมีความก้าวหน้าอย่างน้อย ๆ จากที่เราพูดกันว่าเราจะมีรายได้ใกล้เคียงกับทางมาเลเซียเขาได้ไหม เราไม่ต้องไปมองไกล รายได้ต่อหัวต่อคนของเรา ถ้าเราขยับให้ใกล้เคียงกันเข้าไปนี้จะได้ไหม เราไม่ต้องไปมองไกลตัวเรา ตรงนี้อยากจะเป็นข้อคิดฝากท่านทั้งหลายไว้ว่า ทำอย่างไรที่เราจะดำเนินการตรงนี้ได้

ในส่วนของรัฐบาลที่ผมได้พูดไว้เมื่อสักครู่นี้ว่า เราจะมีความร่วมมือระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ในพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราได้รวมเข้าไปในแผนดังกล่าว จุดเชื่อมที่สำคัญถ้าท่านมองดูในแผนที่แล้ว จะมองได้ว่าเราจะเชื่อมกับในส่วนของอินโดนีเซียตั้งแต่บริเวณเมืองเมดาน ไปทางตะวันตกรวมอาเจะห์เข้าไปด้วย นั่นเป็นความร่วมมือที่จะพัฒนาร่วมกัน ของมาเลเซียนั้นก็พูดง่าย ๆ ว่าชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซียทั้งหมดตั้งแต่ปีนังไป ก็เป็นจุดที่จะอยู่ในโครงการของความร่วมมืออันนี้ ส่วนของไทย ผมได้รวมภาคใต้ของเราทั้งหมด ตั้งแต่ชุมพรลงมาเลย บอกขอเข้าไปอยู่ในโครงการอันนี้ เพราะว่าในอนาคตความร่วมมือที่เราพูดดังกล่าวนี้ จะมีโอกาสเข้ามาอยู่ในภาพที่กว้างขึ้นไปมากกว่านั้น ก็ในเรื่องของการที่จะพัฒนาภาคใต้ให้เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อการคมนาคม ต่อการค้าขาย ต่อเศรษฐกิจเหมือนอย่างที่เป็นมาในอดีต แต่เราจะทำอย่างนั้นได้ก็จะต้องมีความสงบ มีความสันติเกิดขึ้น มีการพัฒนาทางด้านการศึกษาที่จะรองรับต่อความก้าวหน้าอันนั้นให้ได้

เราเหลือเวลาอีกไม่นาน 8 ปีที่ผมว่าถ้าเราร่วมมือกันช่วยกันทางด้านการศึกษา 8 ปี ผมว่าเยาวชนที่อยู่ในระดับมัธยม ระดับต้น ๆ อีก 8 ปีเขาก็เข้ามหาวิทยาลัย เขาก็จบ แล้วออกมาก็จะมีโอกาสที่จะทำงานอย่างที่ว่านี้ได้ ความร่วมมือที่ว่านี้จะมีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น การไปมาหาสู่ การค้าขาย จะสะดวกมากขึ้น การค้าขายที่ว่าจะสะดวกหมายถึงว่าอะไร เราจะเปิด คือหมายถึงว่าจะไม่มีกำแพงภาษีอะไรต่าง ๆ มากมายนัก แต่ละประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนจะลดกำแพงภาษีนี้ลง ผมไม่ค่อยนิยมใช้คำว่าค้าเสรี มีบางส่วนบางตัวที่ต่างคนต่างถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่เราจะรักษาไว้ บางส่วนจะเปิดให้มีการค้าขายกันสะดวกมากยิ่งขึ้น ตรงนี้จะเป็นตัวจักรสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ก้าวหน้าไปได้ แต่อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว "คน" เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ถ้าคนของเรามีความรู้พอเพียงก็จะก้าวไปข้างหน้าได้ ถ้าความรู้อย่างน้อยเราก็ต้องรีบปรับตัว เรายังมีเวลาที่จะขยับตรงนี้ แล้วยืนอยู่บนความพอเพียงอย่างที่ผมได้กล่าวไว้แล้ว ว่าพอถึงเวลาใกล้ ๆ นั้น เราจะดูว่าเราพร้อมขนาดไหน ถ้าความพร้อมเรายังไม่พอ เราก็จะบอกว่าเรารับได้แค่นี้ก่อน ถ้าเราพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว เราก็ลงสนามเล่นแข่งขันกับเขาได้อย่างเต็มที่ นั่นเป็นจุดที่ผมอยากจะพูดด้วยภาษาง่าย ๆ พวกเราคงจะเข้าใจกันว่า เมื่อเราพร้อมก็จะลงไปแข่งขันกับเขาได้ ลงสนามเล่นกับเขาได้ นั่นเป็นเรื่องที่อยากจะเรียนให้ท่านทั้งหลายได้เข้าใจว่า ถ้าเราช้า ไม่ร่วมมือกัน โอกาสนี้ก็จะหลุดลอยไป

การไปมาหาสู่ที่ผมบอกนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียพูดกับผมตรงไปตรงมา บอกว่า ผมมีญาติพี่น้องอยู่ที่นี่ การไปมาหาสู่เป็นเรื่องธรรมดา ผมบอกถ้าถึงเวลาตรงนั้นแล้วการเดินทางไปมาจะสะดวกมากยิ่งขึ้น เราจะถือพาสปอร์ตของเรา และไปในกลุ่มประเทศอาเซียนไปที่ไหนก็ได้ มีการรับรองในเรื่องของการทำงานว่าถ้าเราจะไปทำงานที่นั่นที่นี่ จะเป็นการทำงานที่ถูกกฎหมาย มีการรับรอง มีการยินยอมให้ทำงานได้ ยกตัวอย่างในบ้านเรา ก็มีคนพม่า มีคนลาว มีคนเขมร มาทำงาน เราจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ที่เข้ามาทำงานเหล่านั้น มาทำงานโดยถูกกฎหมาย มีสิทธิ มีปัจัยพื้นฐานตามสิทธิมนุษยชนที่เราเห็นว่าเหมาะ ควร เราไม่ได้ไปขูดรีด เราไม่ได้ไปใช้แรงงาน เหมือนกับที่ว่าไม่ได้คำนึงถึงความเป็นมนุษย์ของเขาเลย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องทำให้เกิดขึ้น ทุกประเทศที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า ก็เห็นด้วยกับแนวทางที่เราพูดคุยกันอย่างนี้ เราจำเป็นที่จะต้องหาทางปรับตัว หาทางที่จะต้องดำเนินการกันต่อไปในอนาคตข้างหน้า

รายละเอียดที่คุณพระนายฯ ได้กล่าวให้ผมได้รับทราบไปในตอนเช้านั้น คงเป็นเรื่องที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น เป็นเรื่องที่เราจะต้องสร้างความเข้าใจในระดับตำบล ในระดับหมู่บ้านของเราให้เกิดความร่วมมือ ช่วยกันที่จะสร้างความสงบ สร้างสันติสุขขึ้นมาให้ได้ ถ้าตรงนี้ก้าวไปข้างหน้า ผมคิดว่าสิ่งที่ทาง ศอ.บต.ที่คุณพระนายฯ ได้พูดถึง เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ถ้าเราทำตรงนี้ให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ เพราะว่าหมู่บ้าน ตำบล ยังมีอยู่อีกมากมาย นี่เป็นเพียงการริเริ่ม เป็นโครงการซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นขั้นของการทดลอง ถ้าเราทำตรงนี้แล้วมีท่าทีของความสงบ ของความสันติสุขเกิดขึ้น มีผลไปในทางที่เรียกว่าเป็นบวกเกิดขึ้น เราจะได้มองเห็นว่าความพยายามของเรานั้นเริ่มปรากฏเห็นขึ้นมาแล้ว

อยากจะฝากและอยากจะขอความร่วมมือกับทุก ๆ ท่าน ไม่ว่าท่านจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใด ของสังคมของเราในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้นำทางศาสนา หรือว่าจะเป็นชุดเจ้าหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปทำงานในพื้นที่ ขอเรียนว่าผมในฐานะที่เป็นผู้นำของรัฐบาล จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุก ๆ ด้านที่จะก้าวไปข้างหน้า ผมไม่อยากให้เราปล่อยโอกาสอันนี้หลุดมือไป จนกระทั่งไม่สามารถที่จะไปตามเขาทัน ถ้าเราได้ช่วยกัน และไม่ปล่อยโอกาสนี้ ผลสำเร็จคงจะเห็นในอนาคตอันใกล้ ขอฝากสิ่งเหล่านี้ไว้กับท่านทั้งหลาย ในส่วนของผมเองอย่างที่ได้เรียนแล้วว่า จะทุ่มเทและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ผมขอกล่าวถึงประเด็นสุดท้ายอีกนิดหนึ่ง ในเรื่องของการศึกษา เป็นเรื่องระยะยาวที่เราจะต้องหาทางช่วยกันในทุก ๆ ด้าน ในส่วนของผู้ที่สำเร็จการศึกษาทางด้านศาสนาจากต่างประเทศมา รัฐบาลกำลังจะพิจารณาว่า จะมีทางที่จะดำเนินการให้ท่านมามีส่วนที่จะช่วยสอนในโรงเรียนของรัฐบาลอย่างไรบ้าง เพื่อให้ความมุ่งหมายที่ผมได้กล่าวไว้ว่า มีการสอนทั้งวิชาสามัญและวิชาศาสนาควบคู่กันไปในโรงเรียนของรัฐบาล ผมทราบดีว่าในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในสถาบันปอเนาะได้มีการดำเนินการอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมจะมองในส่วนของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามก็คือการที่จะปรับในเรื่องวิชาสามัญให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ถ้าเราเทียบมาตรฐานการศึกษา จะเห็นว่าของเรายังด้อยในด้านของวิทยาศาสตร์ ในด้านของคำนวณ เวลาที่เราไปสอบ ไปเรียนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ไปเรียนแพทย์ เรียนในสาขาที่จะต้องใช้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ พื้นฐานทางด้านคำนวณ เราจะเสียเปรียบ จะต้องหาทางปรับปรุงตรงนี้ ให้มาตรฐานทางด้านการศึกษาของเยาวชนของเรานั้นมีพื้นฐานทางด้านนี้มากยิ่งขึ้น อีกไม่กี่วัน ต้นเดือนหน้าจะมีการติวของเยาวชนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย การติวเด็กเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่จริง ๆ จะต้องแก้ที่โรงเรียน จะต้องวางพื้นฐานให้ดี ถ้าเราวางพื้นฐานดีแล้วก็ไม่จำเป็นต้องมาติวกัน มาตรฐานการศึกษาของเราจะเทียบกับที่อื่น ๆ ได้ใกล้เคียง ตรงนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่ผมอยากจะฝากท่านทั้งหลายว่า เราจะต้องมาช่วยกันเพื่อทำให้ลูกหลานของเรามีความรู้ มีมาตรฐานทางการศึกษาใกล้เคียงกับคนอื่นเขา และไม่ได้ด้อยในเรื่องทางศาสนา

ระดับมหาวิทยาลัยผมพูดไปแล้ว แต่ว่าระดับพื้นฐานที่ผมเป็นห่วง ถ้าเรายกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้นมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันแล้ว ระดับมหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเรื่องที่ลำบากยากเย็น ท่านจะไปเรียนที่ไหนก็ได้ ถ้าพื้นฐานของท่านมีความพร้อมอยู่แล้ว และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ผมก็พูดกับทุก ๆ มหาวิทยาลัยในขณะนี้ว่า ขอให้ได้พิจารณาให้ทุนการศึกษา เพราะว่าเยาวชนของเราบางส่วนก็ไม่มีทุนการศึกษา เรียนดีแต่ไม่ค่อยมีเงิน ก็จะให้ทุนการศึกษาในส่วนนี้ให้มากขึ้น ซึ่งต้นเดือนกุมภาพันธ์ เราจะทราบตัวเลขกันชัดเจนว่าจะมีทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่จะให้เยาวชนของเราได้ไปศึกษานั้นมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ผมเองจะได้มีโอกาสลงมาคุยกับเด็ก ๆ เหล่านั้น ผมจะได้พูดให้เขาฟังว่าสิ่งที่เราฝากความหวังไว้กับเขา ฝากอนาคตบ้านเมืองของเราไว้กับเขานั้น จะมีทางสำเร็จไหม อย่างที่ผมเรียนว่าอีก 8 ปีข้างหน้าจะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ถ้าเราเตรียมตัวนี้ไม่พร้อม มันไปถึงจุดนั้นเราไม่พร้อมที่จะลงไปแข่ง ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ผมขอให้กำลังใจทุกท่านในการทำงานเพื่อที่จะทำให้งานนี้บรรลุเป้าหมาย อย่างที่เรียนว่าเกิดความสงบ เกิดสันติสุขขึ้นมาก่อน แล้วเราก็สามารถที่จะสร้างความสมานฉันท์ สร้างความเข้าใจ พัฒนาการศึกษา พัฒนาสิ่งต่าง ๆ ที่เราเห็นว่าเหมาะ ควร กับบ้านเรา ให้มีโอกาสที่จะขยายตัวต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิมลมาส รัตนมณี / ถอดเทป / เรียบเรียง
จินตนา จ้อยจุมพจน์ / ตรวจ