ข่าวที่ 01/20-02
วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2550
นายกรัฐมนตรี ร่วมรายการ "สายตรงทำเนียบ" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง 11

วันนี้ เวลา 11.35 น. ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ถนนวิภาวดีรังสิต พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ร่วมรายการ "สายตรงทำเนียบ" ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการดำเนินงานของรัฐบาล และตอบคำถามต่าง ๆ ของประชาชน ดังนี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ)

ขณะนี้เราอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นแขกในรายการของเราวันนี้ครับ สวัสดีครับท่านครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

สวัสดีครับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 12 ที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และไทยเรามีบทบาทสำคัญในเวทีนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตอนนี้อาเซียนถือว่าเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เข้าสู่ปีที่ 40 ในปีนี้ และมีแนวคิดในเรื่องการสร้างประชาคมอาเซียนขึ้นมาเร็วกว่าเดิม จากเดิม พ.ศ. 2563 เป็น พ.ศ. 2558 ตรงนี้ไทยเราเข้าไปนำเสนอแนวคิดของไทยเราเกี่ยวกับเรื่องของประชาคมอาเซียนไว้อย่างไรบ้างครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในแนวคิดของไทยที่สำคัญก็เรียนได้ว่าเราได้วางหลักไว้ในเรื่องของประชาชนเป็นศูนย์กลาง นั่นเป็นเรื่องที่ไทยได้เสนอในที่ประชุม นอกเหนือจากในเรื่องของประชาชนเป็นศูนย์กลางแล้ว เรื่องของเครือข่ายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะทำให้การที่จะเป็นประชาคมนั้น มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ต่อไปในอนาคต ความร่วมมือในส่วนที่มองประชาชนเป็นศูนย์กลางนี้ ถ้าจะพูดถึงเรื่องของเครือข่ายที่จะทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ก็เป็นเครือข่ายของการคมนาคม เครือข่ายในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทางด้านการค้า ทางด้านการศึกษา เพิ่มเติมไปจากนั้นก็ มีลักษณะที่เพิ่มเติมเนื่องจากประชาคมอาเซียนเป็นประชาคมที่มีความแตกต่าง มีสิ่งที่แตกต่างกันมากมายในด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ตรงนี้ได้พูดกันถึงเรื่องของความเชื่อที่น่าจะมีลักษณะที่เกิดความผสมผสานกันได้ ก็หมายถึงว่าในเรื่องศาสนา ทำอย่างไรที่จะทำให้มีสิ่งที่เราเรียกกันว่า Inter-faith เกิดขึ้นมาในประชาคมของเราให้ได้ เพราะว่าจากความแตกต่างกัน ก็จะต้องเป็นส่วนที่ทำให้เกิดความร่วมมือกันต่อไปในอนาคต นั่นเป็นจุดสำคัญที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องมุ่งเข้ามาสู่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประเด็นสุดท้ายที่เกี่ยวกับเรื่องของประชาชนเป็นศูนย์กลางคือในเรื่องของการศึกษา ไทยได้เสนอในเรื่องของ Asian University หรือที่เราเรียกกันว่ามหาวิทยาลัยของอาเซียน อาจจะเป็นลักษณะที่เป็น campus แยกออกไปในประเทศต่าง ๆ แล้วก็หวังว่า campus ใหญ่ main campus คงจะอยู่ในประเทศไทยเพราะว่าถือว่าเป็นส่วนที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของการศึกษาในภูมิภาคนี้

พิธีกร (นางเนตรปรียา ชุมไชโย)

ดิฉันขอย้อนกลับไปนิดหนึ่งนะคะในเรื่องของการสร้างประชาคมอาเซียน ซึ่งเดิมเรามีการกำหนดเอาไว้ว่า ปี 2563 ทำไมที่ประชุมอาเซียนถึงต้องการที่จะร่นระยะเวลาเข้ามาเพื่อให้สำเร็จในปี 2558

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่เราได้พูดกันคือ 40 ปีแล้วที่อาเซียนได้มีการจัดตั้งขึ้นมา และทำงานร่วมกันมาเป็นเวลานานพอสมควร สิ่งที่เป็นจุดหลักคือ เรามองเปรียบเทียบว่าขณะนี้เป็นยุคโลกาภิวัตน์ ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เปลี่ยนไปเร็วมาก ถ้าหากว่าเราจะยังคงรอให้การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการก้าวเข้าไปสู่ประชาคมนั้นช้าไปอีก ก็จะทำให้ตามไม่ทันความเจริญ ความก้าวหน้าของโลก ซึ่งก็เป็นส่วนที่สำคัญ เราก็พูดกันว่าตรงนี้น่าจะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ คือเป็นการเร่งรัดที่จะก้าวไปสู่ประชาคม และในขณะเดียวกันเราก็พูดกันว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือพลังใจของทั้งผู้นำ และของทั้งประชาชนที่จะทำให้กลุ่มประเทศเดินไปสู่จุดที่เป็นประชาคมได้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ในส่วนของคนไทยเรา ท่านคิดว่าเมื่อเกิดเป็นประชาคมอาเซียนขึ้นมา คนไทยเราจะได้ประโยชน์อย่างไร และจากนี้ไปจนถึงเวลาที่จะเป็นประชาคมขึ้นมา เราควรจะเตรียมตัวคนไทยเราทั้งชาติอย่างไรครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ครับ คงจะมองในส่วนที่เป็นประโยชน์เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เราอาจจะต้องเสียบางอย่างด้วย เสียที่ว่านี้ก็หมายถึงว่า ในลักษณะที่เราพูดกัน กรณีของในเรื่องทางการค้า คงจะต้องมีการเจรจาในลักษณะที่เราเรียกกันว่าเป็นเรื่องของการค้าที่มีการเปิดมากขึ้น ผมไม่อยากใช้คำว่าเสรี เพราะว่าใช้คำว่าเสรีทีไร ก็ทำให้เกิดความสงสัยว่ามันไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยหรือ ปกติแล้วในการเจรจาที่เราเรียกกันว่าเป็นการทำการค้าเสรีนั้นไม่ได้เปิดทั้งหมด จะมีตารางที่กำหนดว่าสินค้าประเภทใดบ้างที่จะมีกฎเกณฑ์อย่างไร เป็นบัญชีแนบท้าย นั่นเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าทำให้เราเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไป เราน่าจะเรียกว่าเป็นการเปิดโอกาสทางการค้าให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราจำเป็นที่จะต้องมีส่วนซึ่งอาจจะเรียกว่าส่วนได้ส่วนเสียตรงนี้ ในเรื่องของด้านการคมนาคมก็เช่นกัน เราคงไม่สามารถที่จะเดินไปได้คนเดียว จะต้องทำงานร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายที่จะต้องสร้างเครือข่ายคมนาคม ไม่ว่าทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ที่จะทำให้การไปมาหาสู่ได้รับความสะดวก ได้รับความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นั่นเป็นส่วนที่ถือว่ามีส่วนสำคัญ ไทย ถือได้ว่าเป็นชาติที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจพอสมควรในกลุ่มประเทศอาเซียน เราเองก็จำเป็นจะต้องช่วยเพื่อนบ้านในเรื่องเหล่านี้ด้วย ที่เรากำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้เป็นลักษณะที่ช่วยเหลือในเรื่องของเส้นทางคมนาคมบ้าง สะพานบ้าง กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ถือได้ว่ามีความใกล้ชิดกับเรา และเตรียมที่จะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการคมนาคมในระดับของอาเซียนกับประเทศที่ถือได้ว่าเป็นประเทศใหญ่ ๆ เช่น จีน หรือว่าเราก็มองไปทางตะวันตก เช่น อินเดีย เป็นต้น นั่นเป็นเรื่องที่พูดกันถึงอนาคตใน 10 ปีข้างหน้าต่อไป

พิธีกร

เมื่อเรามองถึงสมาชิกอาเซียนทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของวัฒนธรรมต่าง ๆ แต่ว่าเมื่อดูโครงสร้างทางเศรษฐกิจแล้ว ประเทศสมาชิกอาเซียนจะมีการผลิตหรือมีอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกันทีเดียว ทีนี้ถ้าเผื่อว่ามีการเปิดเสรีทางด้านการค้าแล้ว แน่นอนว่าต้องมีอุตสาหกรรมบางอย่างของไทยที่จะเจ็บตัว และบางอย่างถึงจะได้ประโยชน์ อุตสาหกรรมที่เรายังไม่มีความเข้มแข็ง รัฐบาลจะช่วยเหลือเขาอย่างไร

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในขณะนี้คงเป็นช่วงเวลาที่เราจำเป็นจะต้องปรับตัว เพราะว่าห้วงเวลาที่กว่าจะไปถึงเวลานั้น ขณะนี้เหลืออีก 8 ปี สิ่งที่อยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนคงเป็นเรื่องเหล่านี้ว่า เราจำเป็นจะต้องศึกษาและเตรียมตัว ปรับตัวของเราให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราจะพบในอนาคตอันใกล้นี้ ข้อมูลต่าง ๆ ทางภาครัฐพยายามที่จะให้กับพี่น้องให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้นำไปเป็นข้อมูลในการปรับตัวกันต่อไปในโอกาสข้างหน้า ในเบื้องต้นผมคิดว่าเรามีข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นในเรื่องของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าในประเทศเวียดนามก็ดี ในประเทศมาเลเซียก็ดี ในประเทศฟิลิปปินส์ก็ดี ในอินโดนีเซียก็ดี สิ่งเหล่านี้เรามีข้อมูลในเบื้องต้นอยู่ น่าจะเป็นประโยชน์ที่จะได้มีการศึกษา มีการทำความเข้าใจซึ่งกันเบื้องต้นครับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เมื่อมีการเชื่อมโยงทางคมนาคมกันมากขึ้นทุกที ๆ เรียกว่ามี East - West Corridor ตะวันออก ตะวันตกเป็นแนวเศรษฐกิจ เหนือ ใต้ ด้วย ท่านมองว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกเรื่องของชายแดน พรมแดนต่าง ๆ จะเลือน ๆ หายไปไหมครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

การไปมาหาสู่ของผู้คน ซึ่งในเบื้องต้นผมคิดว่าเป็นเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว น่าจะเป็นตัวจักรที่สำคัญในด้านของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่จะทำให้ผู้คนเกิดความรู้จัก มีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ ทางด้านวัฒนธรรม ทางด้านอาหาร ด้านต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่ดีเพราะว่าต่อไปจากความคุ้นเคยในเบื้องนั้น ก็จะก้าวไปสู่เรื่องของการลงทุนทางด้านอุตสาหกรรมการเกษตรซึ่งจะตามมา ในอุตสาหกรรมด้านอื่น ๆ ที่จะตามมาในขั้นต่อไป ที่จะตามมาอีกเรื่องหนึ่งคือแรงงาน สิ่งเหล่านี้เมื่อมีการเคลื่อนไหว มีการถ่ายเทได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ลักษณะที่ถือว่าเป็นลักษณะเฉพาะของประเทศ ก็จะค่อย ๆ เลือน ๆ หายไป สิ่งที่เรามองในอนาคตคือว่าเราอยากจะเห็นบริเวณพื้นที่ชายแดนของเรามีความสงบ มีสันติเกิดขึ้น เพราะถ้าหากว่ามีส่วนนี้เกิดขึ้นแล้ว โอกาสที่จะก้าวไปสู่ความฝันในส่วนที่เป็นประชาคมจริง ๆ และมีความแน่นแฟ้น ทำงานกันต่อไปข้างหน้านั้นก็จะเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

พิธีกร

ท่านคะ พอพูดถึงเรื่องแรงงาน เมื่อเรากลายเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์แล้ว ในเรื่องของแรงงานก็จะสามารถมีการเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี ตรงนี้จะส่งผลกระทบต่อแรงงานในประเทศไทย และก่อให้เกิดการว่างงานสำหรับคนไทยไหมคะ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

คงไม่ได้เคลื่อนย้ายอย่างเสรี คงมีการเคลื่อนย้ายในลักษณะที่ถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย การเคลื่อนย้ายของแรงงานนี้ คงจะต้องดูว่าเรามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนอย่างไร และจะเปิดโอกาส สิ่งที่มองกันคือว่าการเคลื่อนย้ายของแรงงานในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่เสรีครับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โยงไปถึงเมื่อวานนี้ ท่านได้พบกับเอกอัครราชทูตไทยของเราที่ประจำอยู่ในประเทศกลุ่มอินโดจีน ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม และกงสุลใหญ่ด้วย สาระสำคัญที่ท่านได้บอกพวกเขาไปเป็นแนว ทางนโยบายคืออะไรครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ที่ได้คุยกันเมื่อวานนี้ เราคงจะต้องแสดงความจริงใจในเรื่องของความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน หลัก ๆ ที่สุดคือเรื่องที่เราพูดแล้วเราควรจะต้องทำ เมื่อให้ทำสัญญาตกลงกันแล้วเราก็ต้องทำตามนั้น เพราะว่าหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่ในกลุ่มประเทศอาเซียนพูดกัน คือว่าเราพูดกันมาก แต่ว่าเราทำน้อย อันนี้เป็นส่วนที่ผมได้มอบหมายให้กับท่านเอกอัครราชทูตที่ประจำอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ ได้รับทราบ กงสุลใหญ่ในประเทศต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านก็ได้รับทราบในส่วนนี้ นั่นเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มิตรประเทศเกิดความมั่นใจในท่าทีของเรา ว่าเรามีความจริงใจ มีความตั้งใจ และทำตามสิ่งที่เราได้พูดไว้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

การสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ถือว่ามีผลต่อเราโดยทางอ้อม โดยทางตรงด้วย เพราะว่าถ้าเผื่อเพื่อนบ้านมีการเจริญเติบโตขึ้นมา ไล่ตามเราขึ้นมาด้วยก็จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งภูมิภาค ในส่วนของความร่วมมือกันอย่างเช่นกับเวียดนาม เรื่องของข้าว เป็นต้น ท่านมองประเด็นนี้อย่างไร

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในเรื่องของข้าวได้มีการหารือกันหลายครั้ง ระหว่างเวียดนามกับไทย ในที่ประชุมของอาเซียน ซึ่งมีการประชุมย่อยของกลุ่มภูมิภาคลุ่มน้ำอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง เราพูดกันถึงเรื่องนี้โดยที่ทางฝ่ายนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ท่านเป็นคนยกปัญหานี้ขึ้นมาหารือ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ในระดับสูงจะได้นำไปหารือกันในรายละเอียดอีกทีหนึ่งว่า จะมีวิธีการดำเนินการกันอย่างไรบ้าง แนวคิดคงไม่ได้เป็นเรื่องที่มีอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าเป็นแนวคิดของกลุ่มประเทศที่ผลิตข้าว และส่งออกข้าวเป็นสินค้าขาออก ว่าเราจะรวมกันอย่างไร

พิธีกร

ในการไปประชุมที่ฟิลิปปินส์คราวนี้ท่านได้มีการประชุมหารือเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย ระหว่าง ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียด้วย เนื้อหาที่มีการพูดคุยกันเป็นเรื่องอะไรคะ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

สาระสำคัญที่ได้พูดคุยกันในเรื่องของความร่วมมือระหว่างไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เราได้เพิ่มเติมในเรื่องของพื้นที่ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย มากยิ่งขึ้น ได้กำหนดสิ่งที่ถือว่าเป็นแนวทางของการพัฒนาเป็นเหมือนกับเป็นเขต ยกตัวอย่างเช่น แนวทางสงขลา - ปีนัง นั่นเป็นแนวซึ่งมีเส้นทางคมนาคมทางบกอยู่แล้ว เราก็จะพัฒนาให้เป็นส่วนที่เสริมกับการพัฒนาความร่วมมือระหว่างทั้ง 3ประเทศ การพัฒนาที่ว่านี้เราได้ขยายพื้นที่ขึ้นมา จนกระทั่งถึงจังหวัดชุมพร เป็นสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์กับพื้นที่ใน 14 จังหวัดภาคใต้ทั้งหมด ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้อยู่ในส่วนของพื้นที่ที่ได้เสนอให้มีการเน้นย้ำเป็นพิเศษในครั้งนี้ว่า จำเป็นจะต้องอยู่ในแถบของการพัฒนาร่วมกันระหว่างไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยที่มีความต่อเนื่อง ก็อยากจะเรียนว่ามีความต่อเนื่องจากการหารือในส่วนของ 3 ประเทศที่ว่านี้ โดยที่ท่านนายกรัฐมนตรีอับดุลลาห์ บันดาวี ท่านก็พูดกับผมว่าอยากจะมาหารือในรายละเอียดกันอีกครั้งว่า สิ่งที่มีปัญหาอยู่ที่บริเวณชายแดน ในเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา ซึ่งท่านก็บอกว่าเป็นปัญหาร่วมกัน ถ้าหากว่าความสงบในประเทศไทยสงบแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์กับทางมาเลเซียด้วย เป็นปัญหาร่วม นั่นเป็นส่วนที่เราจะต้องหารือในรายละเอียดกันต่อไปว่า จะมีความร่วมมือที่จะทำให้ปัญหาความไม่สงบที่ชายแดนนี้ยุติลงไปได้อย่างไร หรือว่าบรรเทาลงไปได้อย่างไร

พิธีกร

เมื่อสักครู่นี้ได้ท่านได้พูดคุยถึงเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ร่วมกัน บริเวณพื้นที่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้ามีการพัฒนาใด ๆ จะช่วยในเรื่องของการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราด้วยไหมคะ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ที่ได้หารือกันแล้วนี้คิดว่าเป็นส่วนที่สำคัญ เพราะว่าในส่วนของเราเอง ก็ได้กำหนดเป็นเขตพัฒนาพิเศษขึ้นมาแล้วในปัจจุบัน ข้อหารือยกตัวอย่างเช่นว่าในเรื่องของอาหารฮาราล ซึ่งเป็นอาหารมุสลิม ก็เป็นโอกาสดีที่บริเวณพื้นที่ทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะผลิตอาหารฮาราลไปในอีก 2 ประเทศ คือมาเลเซียและอินโดนีเซีย อินโดนีเซียขอเรียนนิดหนึ่งว่า เราเน้นที่อยู่ในขอบเขตโดยเฉพาะ ก็เป็นเรื่องของทางด้านเกาะสุมาตรา และไม่ได้ไปถึงทางด้านเกาะชวา แต่ว่าเฉพาะในด้านเกาะสุมาตรามีประชากรที่มากกว่าในส่วนของ 14 จังหวัดภาคใต้เราอยู่แล้ว ฉะนั้นเป็นเรื่องที่ผมคิดว่ารวมจำนวนประชากรในพื้นที่ที่สุมาตรา มาเลเซีย และไทย จะตกประมาณ 40 ล้าน บวกนิดหน่อย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

คำถามจากทางบ้านมีเยอะมากเลยครับ คำถามจากสื่อที่มาก่อนก็เยอะเหมือนกัน คำถามทางด้านภาคใต้ก่อนนะครับ จากนโยบายของรัฐบาลที่เน้นทางด้านการสร้างความสมานฉันท์ แนวทางสันติ แต่ว่ายังมีความรุนแรงเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ประชาชนอยากจะทราบว่าท่านมองว่าสถานการณ์จะดีขึ้นไหมครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ขอเรียนในเรื่องนี้ว่า การดำเนินการของรัฐบาล ทางภาครัฐเอง ในช่วงระยะเวลาประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา เราได้มีการปรับปรุงองค์กรที่เรียกว่าศูนย์อำนวยการบริหารงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการปรับเพิ่มกำลังที่มาจากประชาชนในท้องถิ่นให้มากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาในเรื่องของการดูแลความสงบ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รวมทั้งงบประมาณด้วย เพิ่งได้รับอนุมัติและมีความครบถ้วน เกือบจะสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 3 มกราคมนี้เอง ฉะนั้นในช่วงระยะเวลาต่อไปจะเป็นช่วงเวลาของการดำเนินการ เรื่องการดูแลในเรื่องที่จะทำให้เกิดความสงบ เกิดความสันติสุขขึ้นมานี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ตามแนวทางของรัฐบาล ผมคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องลงไปทำงานในระดับตำบล ในระดับหมู่บ้าน สร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น โดยมีกองกำลังในส่วนท้องถิ่นนั้นให้การระวังป้องกัน ให้การดูแล จากนั้นไปเราคงจะได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนมากขึ้น ประเด็นที่สำคัญในขณะนี้คือประชาชนไม่มั่นใจว่าถ้าร่วมมือแล้วเขาจะปลอดภัยไหม เราจะคุ้มครองเขาได้ไหม นี่เป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องหาทางแก้ไขให้ได้ ในส่วนของผู้ก่อการร้าย ผู้ก่อความไม่สงบ ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาคงเป็นช่วงเวลาที่เขาทราบแล้วว่าแนวทางของเราจะแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี และได้การยอมรับจากกลุ่มประเทศมุสลิมในส่วนใหญ่ ได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด ตรงนี้ถือได้ว่าเป็นการรุกทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของเรา ที่จะทำให้ความช่วยเหลือ ความเห็นใจจากบรรดาจุดอื่น ๆ ตกไป และยิ่งเขาใช้ความรุนแรงมากขึ้นเท่าไร ผลกระทบต่อประเทศมุสลิมอื่น ๆ ก็ยิ่งจะมากขึ้น คือเขาจะเห็นได้เลยว่ามันไม่ได้เป็นแนวทางที่กลุ่มประเทศมุสลิมโดยส่วนใหญ่มีความเห็นด้วย นั่นคือแนวทางสันติวิธี

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เรื่องของสมานฉันท์ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติ ประชาชนมองว่ามีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเยอะ โดยเฉพาะเรื่องของการเผาโรงเรียน ซึ่งอาจจะเกี่ยวโยงกับเรื่องของการเมืองท้องถิ่นหรือเปล่า รัฐบาลควรจะดำเนินการในเรื่องของการสร้างความสามัคคีนี้อย่างไรครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในเรื่องของการสร้างความสามัคคี ผมคิดว่าอยู่ที่ความรู้สึกหรือความเชื่อของแต่ละคนว่าเรากำลังจะเดินทางทางการเมืองกันอย่างไร ถ้าหากว่าเรามองว่าจะใช้วิถีทางทางการเมืองในการแก้ไขปัญหา นั่นก็คือการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี เมื่อท่านเริ่มใช้ความรุนแรง ก็หมายถึงว่าท่านได้เปลี่ยนแล้ว เปลี่ยนจากใช้วิถีทางทางการเมืองไปเป็นการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการเผาโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางระเบิด สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าประชาชนไม่ได้สนับสนุน ไม่มีใครที่อยากจะให้เกิดความรุนแรงอย่างนี้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ผมเรียนตรงนี้ว่าในหน้าที่ของรัฐบาล เราคงจะต้องดำเนินการกวดขัน ติดตามจับกุม ผู้ที่สร้างความไม่สงบเหล่านี้มาดำเนินการตามกฎหมาย และขอเรียนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ในขณะนี้เอง ผมได้กำชับท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า ขอให้เร่งรัดดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ให้มีผลออกมาในระยะเวลาไม่ช้านักในโอกาสข้างหน้านี้

พิธีกร

พี่น้องประชาชนมองอย่างนี้สิคะว่า รัฐบาลยังตอบไม่ได้สักทีว่าตัวคนทำเป็นใคร

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

รัฐบาลคงตอบไม่ได้ อยู่ที่การสืบสวน สอบสวน ของเจ้าหน้าที่ เราคงไม่สามารถที่จะไปเร่งขั้นตอนตรงนี้ เพราะถ้าเผื่อเร่งคงจะเป็นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา นั่นคือจะมีแพะ ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น เป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีนักสำหรับคนไทยหลาย ๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในต่างจังหวัด หรือในพื้นที่ภาคใต้เอง เราก็พูดกันถึงประเด็นนี้มาตลอด ถ้าเรากำหนดลงไปว่า 3 วัน 7 วัน 2 อาทิตย์ต้องให้ได้ ผลที่ออกมาก็คือจะเป็นผลเสียต่อการสืบสวนสอบสวนในลักษณะอย่างนั้น

พิธีกร

แต่ประชาชนและสื่อก็ยังมองว่ารัฐบาลยังดำเนินการล่าช้า เพราะเขาบอกว่าในเรื่องของตำรวจอาจจะมีบางคนนอนหลับ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ตรงนี้รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

เรามีหน้าที่เร่งรัด และมีกรอบเวลา แต่ผมคงเรียนไม่ได้ว่าภายในเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อการทำงานของชุดสืบสวน สอบสวน และผมก็ได้พูดกับผู้บังคับบัญชาในระดับสูงไปแล้วว่า เรามีกรอบในการทำงานกันอย่างไร ขอเรียนตรงนี้ว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่อยากจะให้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรอบคอบ ยืนอยู่บนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การคาดเดา

พิธีกร

ขณะที่เรากำลังดำเนินการตรวจสอบนี้ ประชาชนยังรู้สึกไม่เชื่อมั่น เพราะว่าทุกวันนี้ก็ยังมีการข่มขู่วางระเบิดที่นั่นที่นี่ มีการส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ระบุจุดว่าจะเกิดระเบิดที่นั่นที่นี่ รัฐบาลจะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนอุ่นใจคะ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

เข้มงวดในเรื่องของการป้องกันครับ การที่รัฐบาลได้พูดตั้งแต่เบื้องต้นในเรื่องของมาตรการเฝ้าระวังตั้งแต่เกิดระเบิดขึ้นมา ผมก็ได้ขอร้องพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องคอยดูเพราะว่าเป็นภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ที่มีในทุก ๆ ประเทศ ในเรื่องของการขู่วางระเบิด ขู่ทำโน่นทำนี่ เพราะว่าข้อมูลข่าวสารค่อนข้างที่จะแพร่ออกไปได้ง่าย และตรวจสอบที่มาลำบาก เขาก็ใช้วิธีการอันนี้ในทุกประเทศจะมีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องปรับตัวปรับใจ และเฝ้าระวังกันให้มากยิ่งขึ้น นั่นเป็นวิธีการอันหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่เองก็จำเป็นที่จะต้องคอยติดตามแหล่งที่มาของโทรศัพท์ แหล่งที่มาของคำขู่ และรีบไปตรวจสอบว่าเป็นเรื่องที่หลอกหรือเรื่องที่จริง ต่อกรณีที่ว่าเขาพบเห็นวัสดุที่ต้องสงสัยในพื้นที่ต่าง ๆ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

คำถามจากคุณสุรสิทธิ์ฯ นครศรีธรรมราช โครงสร้างตำรวจมีกรอบเวลาอย่างไร ใช้ได้เมื่อไร

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในขณะนี้ เรียนได้ว่าอยู่ในขั้นแรกที่เรารับฟังความคิดเห็นจากประชาชน จากคณะกรรมการที่ทางกระทรวงยุติธรรมได้ตั้งขึ้น โดยที่มีพลตำรวจเอก วศิษฎ์ เดชกุญชร ท่านเป็นประธานกรรมการ ได้ผลสรุปออกมาในเบื้องต้น ได้นำเสนอ และขอความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนด้วยว่า ควรจะมีการดำเนินการอย่างไร ในขั้นที่สอง คงจะเป็นในช่วงของเดือนมีนาคม เว้นช่วงประมาณสัก 2 เดือน ก็จะเป็นอีกช่วงหนึ่งซึ่งเราคงจะดูรายละเอียด และกำหนดกันได้ว่าสิ่งใดที่เราควรจะทำก่อนทำหลัง จากนั้นไปจะเป็นขั้นตอนของการดำเนินการ บางอย่างจะต้องมีการขอแก้ไขกฎหมาย เพราะว่าเป็นพระราชบัญญัติแต่เดิม เราก็คิดว่าหลังจากเดือนมีนาคมไปแล้ว ถ้าจำเป็นจะต้องขอแก้ไขกฎหมาย เราก็จะดำเนินการ และคงจะมีเวลาพอสมควรกว่าที่กฎหมายจะออกมา ซึ่งเมื่อออกมาแล้วจะมีผลใช้บังคับ นั่นจะเป็นกรอบเวลาคร่าว ๆ ว่าจากเดือนมีนาคมไปแล้ว จะเป็นขั้นของการดำเนินการ แล้วถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมาย ผมคิดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณสัก 3 เดือน ก็มิถุนายน น่าจะเป็นรูปเป็นแบบบางส่วน ค่อยเป็นค่อยไป

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

คุณทัศยพงศ์ ฯ กรุงเทพมหานคร กรณีฆ่าตัดตอนที่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่ผ่านมา จะดำเนินการกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไร และอย่างไรครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในขณะนี้ทางกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสืบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการในเรื่องนี้ ผมไปประชุมเมื่อเดือนที่แล้ว ก็ได้เร่งรัดในส่วนเหล่านี้ บางคดีที่มีหลักฐานเราได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนไปแล้ว บางคดีที่ยังไม่มีก็ยังคงต้องรอหลักฐาน รอผู้ที่มาแจ้ง คือพูดง่าย ๆ ว่าบางคดีเราต้องรอเจ้าทุกข์ นั่นเป็นส่วนที่เรียนชี้แจงให้ทราบได้ว่า ได้ดำเนินการไปมากพอสมควร ผมเองในฐานะที่เป็นประธานการพิจารณาของกรมสอบสวนคดีพิเศษนี้ ก็ได้ให้กำหนดเวลาในบางคดีว่าขอทราบผลโดยด่วนในเรื่องของการฆ่าตัดตอนนี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

มีคำถามมาว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อไรจะให้คุณทักษิณ ฯ กลับกรุงเทพฯ ครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

คงจะเรียนได้ว่า ในเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคุณทักษิณฯ ด้วยว่าคุณทักษิณฯ อยากจะกลับมาไหม ถ้าคุณทักษิณฯ อยากจะกลับมา จะได้มีการหารือกันว่าเข้ามาแล้วท่านจะมีความเคลื่อนไหวในด้านใดอย่างไร ถ้าได้ข้อยุติ ได้มีการหารือกันแล้ว ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ไม่ว่าทางรัฐบาล ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ทางคุณทักษิณฯ เอง ครอบครัวคุณทักษิณฯ ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่สามารถที่จะได้ข้อยุติและดำเนินการกันได้ในลักษณะอย่างนั้น

พิธีกร

พูดถึงประเด็นคุณทักษิณฯ เสียงสะท้อนจากสื่อเขามองว่า รัฐบาลกำลังหลงทาง กำลังไขว้เขวหรือเปล่า เพราะดูเหมือนว่ารัฐบาลจะไปวิ่งเต้นตามเกมที่คุณทักษิณฯ สร้างขึ้นมา แทนที่เราจะไปมุ่งหน้าไปโฟกัสในเรื่องของงานที่รัฐบาลจะต้องเดินหน้าและต้องทำ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

เราไม่ได้ไปโฟกัสตรงเรื่องของคุณทักษิณฯ มากนัก แต่ว่าก็เป็นแนวทางกว้าง ๆ เรื่องที่รัฐบาลโฟกัสคือเรื่องที่จะสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นภายในบ้านเมืองของเรา เรื่องของคุณทักษิณฯ ก็เป็นส่วนหนึ่ง อย่างที่ผมได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ การเจรจากัน การแก้ไขปัญหาโดยสันติ เป็นเรื่องที่ผมอยากจะเสนอให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า แนวทางนี้เป็นแนวทางที่รัฐบาลได้ยึดถืออยู่ เรายืนกันอยู่ตรงจุดของการพูดจากัน หาทางแก้ไขปัญหา นั่นเป็นเรื่องที่อยากจะเรียนว่าทุกเรื่องที่เป็นปัญหา เราน่าจะหาทางพูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางการเมืองที่ว่า เรื่องทางภาคใต้ก็เช่นกัน ก็เป็นเรื่องที่อยากจะหาทางออกในลักษณะอย่างนั้นให้มากที่สุด เพราะนั่นคือการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ถ้าหากว่าเราสนใจในเรื่องอื่นใดนอกจากนี้ ผมเรียนได้ว่าในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากอุทกภัยที่เกิดขึ้นมาในช่วงก่อนปีใหม่นี้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ทุ่มเทให้ความสนใจอยู่ และคิดว่าแผนงานของเราที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เสร็จสิ้นภายในประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

มีคำถามจากสื่อมาเยอะเรื่องของกรณีสิงคโปร์ครับ แนวทางทางการทูตที่รัฐบาลดำเนินการไปแล้ว จากนี้ไปจะเป็นอย่างไรครับ ในเรื่องของความสัมพันธ์

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

คิดว่าในเรื่องของความสัมพันธ์ คงไม่มีปัญหาอะไรในระดับความสัมพันธ์ของเรากับสิงคโปร์ สิ่งที่ผมอยากเรียนคือเป็นเรื่องของทางการทูตว่า เมื่อทางสิงคโปร์ได้แจ้งให้กับทางกระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบแล้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้ให้ข้อมูลกลับไปว่า ต่อกรณีที่คุณทักษิณฯ ได้พบกับรองนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นทางการ แต่ก็เป็นเรื่องที่เรามีความกังวล ลักษณะอย่างนี้หมายถึงว่าเป็นการแสดงออกในทางการทูตว่า ท่านอย่าดำเนินการเลย พูดกันตรง ๆ เป็นอย่างนั้น เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศพบกัน ก็ได้มีการพูดกันถึงประเด็นนี้อีก ที่เซบู ฟิลิปปินส์ แต่ว่าทางสิงคโปร์ก็ไม่ได้ฟัง ไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้ไปพิจารณาทบทวนในคำขอของเรา ทางสิงคโปร์ก็ยังดำเนินการในจุดยืนอันเดิม ซึ่งเราคงจะต้องตอบโต้ นั่นเป็นเรื่องทางการทูตที่เราจะต้องแสดงให้เห็นว่าเรามีความกังวล และเรามีความห่วงใยว่า สิ่งที่เราได้พูดคุยกันนั้น ทางฝ่ายสิงคโปร์ไม่ได้รับไว้พิจารณาเลย

พิธีกร

แต่ประเด็นนี้สื่อต่างชาติเริ่มมองว่าเหมือนเราเหมือนเด็ก ๆ แล้ว เด็กสองคนทะเลาะกันเสร็จแล้วไปบอกเพื่อนบ้าน บอกว่าเธออย่าไปคบคนนี้นะ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการทำความเข้าใจให้กับต่างชาติได้เข้าใจสถานการณ์ของเราจริง ๆ ท่านจะวางแนวทางไว้อย่างไร

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ผมไม่ได้บอกว่าไม่ให้เราไปคบกับอีกคนหนึ่งนะครับ แต่ว่าในทางการเมืองระหว่างประเทศ การที่บุคคลที่อยู่ในตำแหน่งไปพบกับบุคคลกับอีกคนหนึ่ง ซึ่งยังอยู่ในข่ายที่พูดง่าย ๆ ว่ามีปัญหาทางการเมืองภายในประเทศของตัวเอง แล้วไปให้เข้าพบ แล้วแจ้งให้เราทราบด้วย ก็เป็นลักษณะของการแสดงออกว่าเขามองความสัมพันธ์ของเราเป็นรองกว่าเรื่องที่จะให้พบ นั่นเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องนำมาพิจารณาเช่นเดียวกัน คงไม่ใช่เรื่องเด็กสองคนทะเลาะกัน แต่เป็นปัญหาทางการเมืองภายในประเทศของเราเอง ผมคิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องเด็กทะเลาะกัน

พิธีกร

และถ้าสมมติในกรณีที่คุณทักษิณฯ ไปขอลี้ภัยทางการเมืองในประเทศใดก็ตาม จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศใดก็ตาม จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศนั้นหรือไม่

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในเรื่องการลี้ภัยทางการเมืองนี้ ผมเองในขณะนี้เรายังไม่ได้มีข้อหาอะไรต่อคุณทักษิณฯ ยังไม่ได้มีข้อหาอะไรเลย มีแต่คุณทักษิณฯ สมัครใจที่จะยังไม่กลับเข้ามาเอง เราไม่ได้ไปตั้งว่าจะต้องถือว่าเป็นผู้ที่กระทำผิดทางการเมืองอะไร สิ่งที่เรารออยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องของการดำเนินการตามกฎหมาย ที่ทาง คตส. ทาง ป.ป.ช. ดำเนินการอยู่ รัฐเองไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มากนัก เพราะว่าถ้าเราไปยุ่งก็เท่ากับว่าเราเข้าไปก้าวก่ายกับองค์กรที่มีหน้าที่ดูแลในด้านเหล่านี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

มีคำถามมาจากคุณจงกลฯ นครราชสีมา เรื่องหวยบนดิน ว่าจะมีการดำเนินการต่อไปอย่างไร คิดว่ามีประโยชน์มากกว่าหวยใต้ดิน

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในเรื่องหวย ในขณะนี้ได้ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้พิจารณาในเรื่องนี้ว่า เราจะมีทางอย่างไร สิ่งที่หลาย ๆ คนมองในช่วงที่ผ่านมาคือว่า รัฐจะไปส่งเสริมการพนันหรือ เราพยายามที่จะดูในส่วนนี้ว่า ทำอย่างไรที่จะมีมาตรการอื่น มีสิ่งอื่นที่จะเสริมเข้ามาในมุมมองทางด้านของการที่จะไม่ส่งเสริมการพนันในลักษณะเช่นนี้ด้วย อาจจะอยู่ในขั้นของการรวบรวมการเตรียมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อที่จะให้มีภาพที่ชัดเจนขึ้น และคงจะให้ประชาชนได้มีการพิจารณา มีการทำประชาพิจารณ์กันก่อน สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการที่จะได้มีการแก้ไข และทำให้หวยที่ว่านี้ถูกต้องตามกฎหมาย และจากมุมมองของผู้ที่ไม่นิยมการพนัน ก็จะมองเห็นว่า เรามีวิธีการที่จะทำให้การพนันนั้นลดน้อยลงไปได้อย่างไรบ้าง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

มีคำถามจากสุพรรณบุรี เรื่องของความช่วยเหลือน้ำท่วม ซึ่งทางรัฐบาลได้ดำเนินการไปตามเวลา ท่านที่ถามมานี้บอกว่ายังไม่ได้รับเงิน มีความเดือดร้อนมาก

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ผมคิดว่าในเรื่องนี้ ท่านติดต่อตรงกับทางจังหวัดได้เลยว่า ท่านมีอะไร อย่างไรบ้าง ผมขอข้อมูลตรงนี้จากทางโฆษกฯ เองก็ได้ เพื่อจะแจ้งกลับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดว่าให้เร่งรัดดำเนินการในส่วนเหล่านี้ ไม่ทราบว่าผู้ร้องอยู่ที่อำเภออะไร

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ไม่ได้บอกรายละเอียดครับ บอกให้ติดต่อกลับเข้ามาอีกทีหนึ่งครับ การปรับโครงสร้างของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดำเนินการอย่างไรบ้างครับเรื่องนี้ คำถามจากพัทลุง

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในเรื่องของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คงยังไม่มีการปรับโครงสร้าง คงอยู่ในระหว่างการพิจารณา แต่ว่าเท่าที่ได้มีการดำเนินการเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราเพิ่มผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้มากขึ้น เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในด้านของการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ใหญ่บ้าน ให้กับกำนัน แต่ว่าโครงสร้างในภาพรวมนั้นยังไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างครับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ในเรื่องของหนี้สินเกษตรกร มีคำถามมาจากสุพรรณบุรี หนี้สินเกษตรกร รัฐบาลมีความมั่นใจหรือว่าจริงใจในการแก้ไขปัญหาแค่ไหนครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

รัฐบาลมีความจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหา เพราะว่าในเรื่องของกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรนั้น เป็นเรื่องที่เรียนได้ว่าในรัฐบาลที่แล้วยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขในส่วนเหล่านี้เลย ในปัจจุบันรัฐมนตรีเกษตรเอง ท่านก็ได้พูดว่าในขณะนี้เราได้ดำเนินการมา แล้วยังสามารถแก้ไขในเรื่องหนี้สินเกษตรกรได้จำนวน 4,000 ราย ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ ตัวเลขที่ผมได้รับทราบ คงจะประมาณ 8,000 รายที่เราสามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาภายในปีนี้ ปี 2550 ยังมีอีกมากที่จำเป็นจะต้องแก้ไข แต่ว่าทำอย่างไรที่ส่วนสำคัญคือคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในอนาคตอันใกล้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ยังมีคำถามอีกมากมาย มีคำเสนอแนะจากคุณอรชรฯ กรุงเทพฯ บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะมีตู้ ป .ณ. เฉพาะ เพื่อให้ประชาชนส่งตรงความคิดเห็นถึงท่าน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชน

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ฝากท่านโฆษกฯ ไว้ด้วยครับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

อยากให้ออกมาตรการลงโทษเด็กที่ยกพวกตีกัน และเด็กที่เสพย์ยาเสพติด หรือว่าดื่มสุรา อยากให้มีมาตรการที่เข้มงวดเด็ดขาด

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ในเรื่องเยาวชนนี้ลำบาก ผมคิดว่าแรงไปก็ไม่ดี อ่อนไปก็ไม่ดี ทำอย่างไรที่จะมีความพอดีในส่วนนี้ เป็นส่วนประกอบที่มาก บางครั้งเยาวชนเอง กลุ่มเพื่อน โรงเรียน ครู พ่อแม่ ล้วนมีอิทธิพล มีส่วนที่จะเป็นปัจจัยที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ถ้าเราใช้วิธี พูดง่าย ๆ ว่าใช้วิธีออกกฎบังคับใช้กฎหมายกับทุกเรื่อง ผมว่าเป็นเรื่องที่ลำบาก สิ่งที่สมควรคือการที่จะสร้างสังคมที่มีความเชื่อมโยงกัน มีความเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือกันดูแลกัน ตรงนี้จะเป็นสังคมที่เราเรียกว่า สังคมอยู่ดีมีสุขครับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

คำถามเยอะมาก จะมอบให้ท่านนายกรัฐมนตรีมีเวลาช่วงเสาร์ - อาทิตย์ ได้ดูต่อครับ

พิธีกร

ถ้าเผื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเราจะรวบรวมกัน แล้วเอาไปใส่ไว้ใน เว็บไซต์ www.thaigov.go.th นะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบคำถามทุกคำถามที่ถามกันเข้ามาเลย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับวันนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นอย่างยิ่งครับ

ขอบคุณมากครับ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

สวัสดีครับ ขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
วิมลมาส รัตนมณี / รายงาน
จินตนา จ้อยจุมพจน์ / ตรวจ
ณัฐวุฒิ ศรีสว่าง ถ่ายภาพ /