![]() |
คำกล่าวในโอกาสที่ นายอภัย จันทนจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผมขอขอบคุณในความปรารถนาดีและพรที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และท่านผู้แทนทุกๆ ท่านได้ให้กับผมและคณะรัฐมนตรีในวันนี้ กำลังใจที่ท่านทั้งหลายได้มอบให้ผมและคณะรัฐมนตรีนั้นจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เรามีกำลังใจในการปฏิบัติงานเพื่อชาติบ้านเมืองกันต่อไป ในนามของรัฐบาลต้องขอขอบคุณผู้แทนนายจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง คณะกรรมการไตรภาคี และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้เสียสละเวลามาพร้อมกันอยู่ ณ ที่นี้ ตามจำนวนที่ผมได้รับทราบนั้น รู้สึกว่าจะมาเกินกว่าที่ผมได้รับทราบ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เป็นปัญหาอย่างไร เพราะว่าทุกท่านมาด้วยความตั้งใจ มาด้วยน้ำใจอันดีงาม ในนามของรัฐบาล ผมขอเรียนอีกครั้งหนึ่งว่า มีความยินดีที่ได้มีโอกาสต้อนรับท่านทั้งหลาย ทั้งจากภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งกรรมการไตรภาคีทุกคณะที่มาอยู่ ณ ที่นี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่ผมจะได้พบกับท่านทั้งหลาย และมีโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน อันที่จริงแล้วผมตั้งใจที่จะพบกับท่านทั้งหลายมาเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะว่าสิ่งที่ผมอยากจะพบนั้น เพื่อที่จะได้เรียนให้ทราบถึงเจตนารมณ์ ความต้องการ รวมทั้งได้รับฟังข้อคิดเห็นจากท่านทั้งหลาย ทั้งนี้ เพื่อที่จะได้นำข้อคิดเห็นจากท่านทั้งหลายนั้น ไปปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจจะมีปัญหา มีข้อขัดข้อง และบางครั้งอาจจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานของท่านทั้งหลายต่อไป ปี 2549 ที่ผ่านพ้นไปนั้น ถือเป็นปีมหามงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่งนำความปลื้มปีติ ความสุข และความอิ่มเอิบใจมาสู่ประชาชนชาวไทยโดยถ้วนหน้า และเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทยที่จะต้องจารึกไว้ แต่ในขณะเดียวกัน ตลอดปี 2549 บ้านเมืองของเราต้องประสบกับปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ทำให้คณะรัฐบาลชุดนี้เข้ามารับผิดชอบในการบริหารประเทศ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนในวันนี้คือ เป้าหมายที่สำคัญของคณะรัฐบาลชุดนี้ อย่างที่ผมได้กล่าวในตอนต้นแล้วว่า อยากจะมีโอกาสได้พบกับท่านทั้งหลาย และได้เรียนให้ทราบถึงเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการบริหารงาน วัตถุประสงค์ที่สำคัญก็คือ เราต้องการที่จะสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ และความร่วมมือกัน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาทางการเมือง และปัญหาสถานการณ์ทางภาคใต้ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่ต้องการความร่วมมือ ต้องการความปรองดองภายในชาติของเราอีกส่วนหนึ่งด้วยเหมือนกัน นั่นก็เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่ที่รัฐบาลนี้จะต้องหาทางแก้ไข ในการแก้ไขทางการเมืองนั้น หลักสำคัญๆ ที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมคือ การที่จะสร้างบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการวางรากฐาน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งในขณะนี้ทางสภาร่างรัฐธรรมนูญเอง จะได้มีการเลือกตั้งประธานและรองประธานในวันนี้เช่นกัน นั่นก็ถือว่าเป็นความคืบหน้าในการดำเนินงานที่เราพยายามจะเดินไปสู่จุดหมายในปลายปีนี้ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ทุกคน หรือคนส่วนใหญ่ได้มีความเห็นชอบ เพราะในวาระสุดท้ายนั้น เราก็คงต้องมีการทำประชามติ เพื่อที่จะเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ดำเนินการนั้น เป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชนคนไทยเป็นส่วนใหญ่ นั่นก็จะเป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากนั้นจะเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง มีการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพื่อดำเนินการกันต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้มีความมุ่งหมายเป็นอย่างอื่น ไม่ได้มีเป้าหมายเป็นอย่างอื่นเลย เราต้องการที่จะดำเนินการในส่วนนี้ให้บรรลุผลตามกรอบเวลาที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว นั่นคือความตั้งใจที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ และได้กำหนดว่าเราจะต้องพยายามที่จะทำงานให้มีความคืบหน้าในสิ่งเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่ได้เรียนแล้วว่า เวลาในการทำงานของรัฐบาลนี้มีไม่มากนัก แต่ภารกิจมีความสำคัญ และต้องการความร่วมมือร่วมใจจากทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูความรู้รักสามัคคี การสร้างความสมานฉันท์ การแก้ไขปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลมีแนวทางที่จะส่งเสริมให้ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการบริหารประเทศ เพื่อให้การพัฒนาประเทศมีความมั่นคงและสมดุล และอยากจะเชิญชวนท่านทุกคนจะได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ นำไปใช้ในการบริหารงานของท่านเอง และสามารถที่จะใช้ในชีวิตประจำวันของท่านได้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศของเรามีความมั่นคงอย่างสมดุล พี่น้องประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่เดือดร้อนมากนักจากภาวะความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหรือสิ่งที่เราเรียกกันว่า "โลกาภิวัตน์" ไม่ว่าจะเป็นในด้านใดๆ ก็ตาม สิ่งนั้นทำให้เราจำเป็นเร่งทำความเข้าใจ ต้องเร่งสร้างความร่วมมือเพื่อให้เกิดผลที่จะนำมาใช้อย่างจริงๆ จังๆ จากทุกฝ่าย สำหรับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงนั้น โดยข้อเท็จจริงแล้วมีพื้นฐานมาจากชีวิตดั้งเดิมของคนไทยของเราเอง และอย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่า สามารถที่จะนำไปใช้ได้ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคล ระดับครอบครัว ชุมชน ไปถึงระดับประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย มีแรงงานเป็นส่วนสำคัญ หากได้มีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จะทำให้ชีวิตของเรามีความมั่นคง ไม่เดือดร้อน และปรับตัวเข้ากับสภาวะต่างๆ ได้อย่างดีขึ้น ซึ่งจะสร้างความมั่นคงให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศของเราในอนาคตต่อไป ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านทั้งหลายจะเป็นผู้ที่ได้มีส่วนขยายแนวความคิดนี้ออกไปให้แพร่หลายและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น และเราจะได้ร่วมมือกันเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคแรงงาน ภาคเอกชน และภาครัฐ ให้ครอบคลุมถึงการพัฒนาในด้านต่างๆ ซึ่งผมขอเรียนในที่นี้ว่า ในส่วนของรัฐบาลนั้น เราตระหนักดีถึงปัญหาที่ท่านทั้งหลายมีอยู่ในเวลานี้ รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟัง พร้อมที่จะหาทางแก้ไข รัฐบาลโดยที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนั้น มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ยืนอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือร่วมใจ ยืนอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลในการที่เราจะต้องร่วมใจกันแก้ไขปัญหาเพื่อประเทศชาติต่อไป นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่า รัฐบาลนี้โดยที่ทางกระทรวงแรงงานเป็นผู้รับผิดชอบ เรามีความพยายามและอยากจะเห็นความร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กฎ ระเบียบ กฎหมายต่างๆ ที่จำเป็น เราจะดำเนินการให้ตามที่ได้มีการหารือและได้ข้อยุติกันแล้ว ผมขอขอบคุณกระทรวงแรงงานและท่านทั้งหลายที่ได้ช่วยกันทำให้เกิดแผนพัฒนาแรงงาน พ.ศ. 2550 โดยมีสาระสำคัญที่ครอบคลุมการช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานและการพัฒนาด้านแรงงานของชาติในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเราต่างมีความเห็นพ้องกันว่า ทรัพยากรบุคคลเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเราหวังว่าแผนการพัฒนาแรงงานฉบับนี้จะช่วยทำให้บ้านเมืองของเราประสบความสำเร็จในการพัฒนาแรงงาน ภายใต้ความร่วมมือกัน ภายใต้ความเป็นธรรม และภายใต้ความสมานฉันท์ของผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ในเรื่องของการดูแลความเป็นอยู่และเสริมสร้างศักยภาพของประชากรที่อยู่ในวัยแรงงานนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้พูดถึงว่า ในขณะนี้เรามีประชากรที่อยู่ในวัยที่ถือได้ว่าเป็นวัยกำลังทำงานนั้น มีอยู่ประมาณ 37 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของจำนวนประชากรของบ้านเมือง ซึ่งการดูแลหรือการเสริมสร้างศักยภาพของประชากรกลุ่มนี้ นอกจากจะส่งเสริมในด้านต่างๆ ตามแผนงานที่ได้กำหนดแล้ว การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งอาจจะเปรียบได้ว่าเป็นคู่ชีวิตที่จะต้องอยู่และทำงานร่วมกัน ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผมจึงหวังว่ากระทรวงแรงงานและฝ่ายต่างๆ จะช่วยกันผลักดันแผนและยุทธศาสตร์ด้านแรงงานนี้ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ การที่เราได้มาพบกันในวันนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี อย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่า เราพร้อมที่จะรับฟัง พร้อมที่จะร่วมหารือ พร้อมที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา ทั้งของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน การผลักดันให้มีการนำหลักคุณธรรมและธรรมาภิบาลมาใช้ในการประกอบธุรกิจ และการแก้ไขปัญหาแรงงานให้มากขึ้น เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคง และเป็นภูมิคุ้มกันของระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกันนั้น เราก็จะสามารถแข่งขันในเชิงธุรกิจกับยุคโลกาภิวัตน์นี้ได้ด้วย เพราะแรงงานจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานที่มีฝีมือมากๆ ยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต และนั่นก็หมายถึงว่า ความเจริญก้าวหน้าก็จะเกิดขึ้นต่อชาติบ้านเมือง เราสามารถจะแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆ ของประเทศต่อไป ผมขอขอบคุณทุกๆ ท่านอีกครั้งหนึ่งที่ได้กรุณามาอำนวยพรและให้กำลังใจผมในวันนี้ ขอเรียนว่า ผมในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารบ้านเมือง จะยืนหยัดที่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ การยืนหยัดนั้นต้องยืนหยัดด้วยหลักการ ด้วยเหตุผล ด้วยความรอบคอบ การตัดสินใจที่จะดำเนินการสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็จะต้องอาศัยสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เพราะว่าการบริหารงานในฐานะที่เป็นรัฐบาลนั้น ในขณะนี้ หมายถึงว่า ผมมาทำหน้าที่ที่จะสร้างความปรองดอง สร้างความสมานฉันท์ระหว่างกลุ่มบุคคลซึ่งอาจจะมีแนวความคิดที่ไม่เหมือนกัน แยกได้ง่ายๆ ก็คงเป็น 2 กลุ่ม รัฐบาลทำหน้าที่อยู่ตรงกลาง เพื่อที่จะรับภาระ รับแรงกดดันจากทั้งสองส่วนนี้ และปรับเพื่อที่จะให้การตอบสนองด้วยหลักการ ด้วยเหตุผล อย่างที่ผมได้เรียนแล้ว เพื่อให้มีโอกาสที่เกิดความปรองดองต่อไปข้างหน้า ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่ทำหน้าที่ที่จะเป็นผู้ที่รับแรงกดดัน ปล่อยให้เกิดการกระทบกระทั่งเหมือนอย่างในช่วงปี 2549 ที่ผ่านมาอีก ก็จะเกิดปัญหาในชาติบ้านเมืองของเราอย่างไม่รู้จบ ฉะนั้น ความอดทนที่จะต้องรับภาระในส่วนนี้ ผมขอเรียนว่ารัฐบาลได้ตระหนักเป็นอย่างดีมาตั้งแต่เบื้องต้น ว่าจะต้องมีความอดทน จะต้องยอมรับต่อแรงกดดันทุกประการที่เกิดขึ้น เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายของการที่จะแก้ไขปัญหาทางการเมือง สร้างความสมานฉันท์ สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา เนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2550 นี้ ท่านทั้งหลายได้กรุณาอำนวยพรให้กับกระผมแล้ว ผมและคณะรัฐมนตรีขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขออัญเชิญพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้ทุกท่าน จงประสบแต่สิ่งที่ดีงาม คิดหวังสิ่งใดในทางที่ถูก ในทางที่ควร ขอให้บรรลุความสำเร็จตามที่ท่านมุ่งหวังไว้ทุกประการ ขอบคุณครับ กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
|