![]() |
คำปราศรัยงานสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม พี่น้องประชาชนที่รักทั้งหลาย เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และผู้ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของมวลพสกนิกรทั้งชาติ ผมในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนได้รำลึกถึงหลักการทางพุทธศาสนาและทศพิธราชธรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิบัติตลอดระยะเวลาอันยาวนานว่า ได้ก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลแก่พสกนิกรและประเทศชาติ ยังความร่มเย็นเป็นสุขและความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่คนไทยทั้งชาติ เป็นเครื่องยืนยันว่าหลักการทางศาสนามีคุณค่าอเนกอนันต์เป็นอย่างยิ่ง เราทุกคนล้วนทราบกันดีแล้วว่า เมืองไทยเป็นเมืองแห่งศาสนา ทุกศาสนาที่มีศาสนิกคือ พุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ ต่างมีหลักคำสอนอัน เอื้ออาทรต่อการบริหารประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศาสนาอย่างลึกซึ้งเป็นที่ประจักษ์ ดังกระแสพระราชดำรัสที่ได้พระราชทานแก่ผู้แทนองค์การศาสนาที่เฝ้าถวายพระพร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2515 ซึ่งผมขออัญเชิญมา ดังนี้ "ศาสนาใดจะมีชื่ออะไรก็ตาม ต้องส่งเสริมสนับสนุนกัน เพื่อความเป็นอยู่ เป็นปึกแผ่นของสังคม ฉะนั้น ที่ศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทยปรองดองกันดีพอ สมควรมาเป็นเวลาช้านาน จึงทำให้บ้านเมืองของเราอยู่เย็นเป็นสุขได้" และพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานแก่ผู้นำศาสนาในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี มีความตอนหนึ่งว่า "ปัญหายุ่งยากในสังคมทุกวันนี้ เกิดจากเหตุหลายอย่าง แต่เหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาได้มาก คือ ความขาดหรือความบกพร่องในความเป็นระเบียบและความสะอาดมั่นคงในความประพฤติ และความคิดจิตใจของบุคคล องค์การศาสนาทุกศาสนามีจุดมุ่งหมายและภารกิจในการขัดเกลาความประพฤติและจิตใจให้บุคคลถึงพร้อมด้วยคุณธรรมตามหลักศาสนาอยู่แล้ว จึงน่าจะทำหน้าที่แก้ไขปัญหาสังคมได้เป็นอย่างดีไม่ลำบาก ในการนี้ ทุกฝ่ายควรจะได้ร่วมมือกันและส่งเสริมกันอย่างจริงจัง โดยประสานสอดคล้องและควรมีหลักมีแผนการที่แน่นอนเหมาะสมในการสั่งสอนเผยแพร่ธรรม" ศาสนาเป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน ช่วยพัฒนาจิตใจของแต่ละคนให้เป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม ศาสนาเป็นเครื่องควบคุมทางสังคมที่ทำให้สังคมมีความสงบเรียบร้อยและมีระเบียบ ยิ่งกว่านั้น ศาสนายังเป็นสถาบันหลักแห่งความมั่นคงของชาติ คู่สถาบันชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามที่ปรากฏในธงไตรรงค์ซึ่งเป็นธงชาติไทยที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2460 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ องค์การศาสนาซึ่งมีหน้าที่หลักในการเผยแพร่ศาสนา จริยธรรม และการพัฒนาด้านจิตใจ จะต้องส่งเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาด้วยกัน เพื่อให้ศาสนิกต่างศาสนามีความเข้าใจอันดีระหว่างกัน เพื่อความเป็นปึกแผ่นและมั่นคงของประเทศชาติโดยส่วนรวม โดยอาจจะมีการประชุมสัมมนาร่วมกันระหว่างศาสนา จัดให้มีการเยี่ยมเยียนสถาบันและองค์กรทางศาสนาของศาสนาต่าง ๆ เพื่อพบปะ ปรึกษา หรือแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างกัน หรือให้มีการจัดกิจกรรมสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาสังคมระหว่างกันในวันสำคัญทางศาสนาและในโอกาสต่าง ๆ อาทิ วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมุ่งมั่นสู่เป้าหมายรวมร่วมกันคือ ความสมานฉันท์ของคนในชาติ เพื่อผลในการฟื้นฟูคุณธรรม จริยธรรม อันจะนำไปสู่ความพร้อมเพรียงด้วยศีลธรรมจรรยาของปวงชน ซึ่งจะนำไปสู่ผล คือ ความมั่นคงของชาติเป็นจุดหมาย เนื่องในอภิลักขิตมงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ ผมขอเชิญชวนศาสนิกชนแห่งศาสนา ผู้เป็นพสกนิกรใต้เบื้องพระยุคลบาท ร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญ สถิตเสฐียรในมเหศรราชัยสูรย์ พรั่งพร้อมบริบูรณ์ด้วยพระมหาบารมีบุญญาธิการ แผ่ไพศาลด้วยมหากฤษดานุภาพ ทรงเป็นมิ่งขวัญและร่มเกล้าของปวงชนชาวไทยตราบนิรันดร สวัสดีครับ
|