![]() |
คำกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง แนวทางการเสริมสร้างวินัยพื้นฐานศาสนิกชน ท่านผู้นำองค์การทางศาสนา ผมมีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่ได้มาร่วมในงานสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ที่คณะอนุกรรมการส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่ง พลเอก พงษ์เทพ เทศประทีป เป็นประธานอนุกรรมการได้จัดขึ้นในวันนี้ ผมอยากจะเรียนต่อท่านทั้งหลายว่า ผมรู้สึกมีความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ท่ามกลางผู้ที่มีศาสนาเป็นเรือนใจและมีความมุ่งมั่นที่จะใช้หลักธรรมแห่งศาสนาในการพัฒนางานและพัฒนาสังคมกันต่อไป ศาสนาหลักในประเทศไทยมี ๕ ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ ทุกศาสนาแม้ว่าจะมีชื่อต่างกัน มีรายละเอียด และองค์ประกอบที่ไม่เหมือนกัน แต่มีจุดหมายปลายทางอย่างเดียวกัน คือ การพัฒนาสังคมให้ถึงพร้อมด้วยศีลธรรมจรรยา นำมาซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมและความสงบสุขของมวลมนุษยชาติ และที่น่าภาคภูมิใจก็คือประเทศไทยของเราแม้จะมีหลายศาสนา แต่คนไทยก็อยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ตลอดมา การที่เรานับถือศาสนาต่างกัน ก็เพราะมีความเชื่อและเหตุแวดล้อมต่างกัน บางคนเชื่อหรือศรัทธาในคำสอนของศาสนา บางคนนับถือตามที่บรรพบุรุษได้นับถือสืบทอดกันมา บางคนก็เชื่อด้วยเหตุผลอื่น ๆ แต่คนเราเมื่อได้นับถือศาสนาใด ๆ แล้ว มีสิ่งที่เราต้องให้เกียรติแก่เขา ก็คือ ทุกคนมีเจตนาที่จะปรับปรุงตนเองให้เป็นคนดี เพราะการนับถือนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งเจตนาดังกล่าว เจตนาที่จะเป็นคนดีนี้เอง คือจุดร่วมกันอันสำคัญที่จะสามารถนำมาสร้างสรรค์ให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้นในบ้านเมืองของเราได้ เรื่องของศาสนานั้นสำคัญอยู่ที่การปฏิบัติ หลักธรรมของศาสนาที่ศาสดาองค์ใดก็ตามได้ค้นพบและนำออกเผยแพร่ แม้จะเลอเลิศอย่างไรก็ตาม หากศาสนิกชนไม่นำไปปฏิบัติแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์ คำว่าปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาก็คือการนำมาปฏิบัติ นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตเพื่อให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริงนั่นเอง ในฐานะของผู้ที่บริหารประเทศ ผมขอเรียนยืนยันกับท่านทั้งหลายว่าจะปกป้องคุ้มครองทำนุบำรุงศาสนา และนำหลักการทางศาสนามาปฏิบัติในการปกครอง โดยจะส่งเสริม สนับสนุน ร่วมมือและเอื้ออำนวยโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถที่จะบำเพ็ญกิจหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน และนำหลักธรรมมาใช้ในการปกครองประเทศ เพื่อที่จะทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข สังคมมีความสงบสันติ อันเป็นจุดหมายร่วมกันของการปกครองและของศาสนา ผมขอชื่นชมที่งานนี้ได้จัดให้มีการสานเสวนา เรื่อง "การเสริมสร้างวินัยพื้นฐานศาสนิกชน" ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังให้เกิดความเข้มแข็งในการปฏิบัติตามหลักของศาสนาและ ความจริงวินัยนั้นสามารถที่จะแยกออกเป็น ๓ ความหมายหลักได้ คือ ประการที่ 1 การจัดระเบียบระบบ หรือตัวระเบียบกฎเกณฑ์ ให้สอดคล้องกับการฝึกคน ให้ตั้งอยู่ในระเบียบดังกล่าวั้น เมื่อคนปฏิบัติตามวินัยจนเกิดเป็นคุณสมบัติของเขาขึ้นมา คุณสมบัติที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลนี้เรียกว่า "ศีล" การรักษาศีลจึงเท่ากับเป็นการสร้างและการรักษาวินัยไปพร้อม ๆ กัน นั่นก็เป็นวิธีที่ 1 คือวางเป็นกฎเป็นระเบียบขึ้นมา คำว่า "วินัย" ไม่ได้หมายถึงการบังคับควบคุม แต่วินัยเป็นการตระหนักถึงการจัดสรรโอกาสให้ชีวิตและสังคมมีระบบ มีระเบียบ ทำให้เกิดความคล่องตัวในวิถีชีวิต ถ้าชีวิตและสังคมไม่มีระเบียบ ไม่เป็นระบบ ก็จะเป็นสังคมที่ยุ่งเหยิง สูญเสียโอกาสในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ดีได้ การจัดวางวินัยจึงต้องคำนึงถึงความมุ่งหมายที่จะช่วยให้ชีวิตและกิจการงานเป็นไปได้ด้วยดี เพราะถ้าไม่มีวินัยเป็นฐานก็จะเกิดความขัดข้องวุ่นวาย วินัยจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งในสังคมประชาธิปไตย การเสริมสร้างวินัยสามารถดำเนินการได้หลายวิธี เช่น การทำให้เป็นพฤติกรรมที่เคยชิน วิธีฝึกวินัยที่ดีที่สุดคือทำให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะโดยทั่วไปคนเราดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความเคยชินเป็นส่วนใหญ่ เมื่อมีพฤติกรรมอะไรที่ซ้ำ ๆ ก็จะยึดมั่นและเกิดความพอใจในพฤติกรรมที่เคยชินนั้น ฉะนั้น เราจึงต้องใช้โอกาสในความเคยชินของมนุษย์ให้เป็นประโยชน์ โดยการนำพฤติกรรมที่ดี ที่เรียกว่า วินัย เข้าไปเป็นตัวเลือกให้แก่ผู้คนเมื่อเริ่มต้นชีวิตเข้าสู่สังคมใหม่ การสร้างวินัยยังสามารถทำได้ด้วยการใช้วินัยที่ลงตัวแล้วมาช่วย โดยเฉพาะในด้านของวัฒนธรรม เพราะถ้าเราปฏิบัติในเรื่องใดๆ ให้เป็นวินัยลงตัวจนเป็นวัฒนธรรมแล้ว คนที่เข้ามาสู่วัฒนธรรมหรือสู่ชุมชนใหม่ก็อยู่ในกรอบของวัฒนธรรมนั้น เช่น วัฒนธรรมการเข้าแถวตามลำดับ เป็นต้น การสร้างวินัยให้ได้ผลต้องนำระบบความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆ ทั้งด้านพฤติกรรม ด้านจิตใจ และด้านความคิด มาส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งนำไปพัฒนาไปด้วยกัน จึงจะทำให้การฝึกกลายเป็นวิถีชีวิตที่เป็นจริงได้ การสร้างวินัยยังสามารถจะใช้ปัจจัยอื่นมาเสริมสร้าง เพราะบางครั้งวินัยก็สามารถทำให้เกิดความสุขและนำไปสู่การปฏิบัติด้วยความพึงพอใจ เช่น ครูอาจารย์เป็นผู้ที่มีความโอบอ้อมอารีมีความน่ารัก เด็กก็อบอุ่นสบายใจ เด็กก็จะเชื่อฟังเพราะความรัก ความเคารพศรัทธา หรือการนำปัจจัยด้านจิตใจมาตั้งเป็นอุดมคติ ซึ่งผมขออัญเชิญกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่าในด้านจิตใจนั้นจะต้องประกอบด้วยการคิดดี พูดดี และทำดี นั่นเป็นกระแสพระราชดำรัสส่วนหนึ่งที่ได้พระราชทานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 คือจะต้องเริ่มมาจากจิตใจ จะต้องเริ่มมาจากความคิด เมื่อนำความคิดมาตั้งเป็นอุดมคติ ที่จะทำให้ใจฝักใฝ่มุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เช่น การตั้งเป้าหมายว่าชาติของตนต้องเก่งหรือยิ่งใหญ่เหนือใคร ๆ ก็จะก่อให้เกิดวินัยเพื่อนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ ถ้าเป็นเรื่องของตัวบุคคล ถ้าเรามีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะลดละสิ่งที่ไม่ดี ไม่งาม และพยายามที่จะบำเพ็ญตนไปสู่ความดี ความพร้อม ในด้านต่าง ๆ ก็จะสามารถทำให้บุคคลต่าง ๆ เหล่านั้นพ้นจากสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม แล้วมีสภาพทั้งทางด้านจิตใจและสภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถสร้างวินัยโดยใช้กฎเกณฑ์บังคับ วิธีนี้แม้จะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของกฎธรรมชาติ แต่บางครั้งก็ได้ผลเมื่อกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับไม่รุนแรงจนเกินไป และมีช่วงยาวพอที่จะให้คนที่ผ่านเข้ามาสู่ระบบดังกล่าวนั้นมีความเคยชินจนไม่รู้ตัว ซึ่งการใช้กฎหมายหรือกฎเกณฑ์มาฝึกวินัยนี้จะไม่ใช่เพียงแค่ใช้อำนาจบังคับ แต่ต้องให้คนเกิดความรู้สึกว่าเป็นการฝึกเพื่อที่จะเรียนรู้ให้รู้ ถ้ายิ่งเข้าใจในเหตุและผลที่จะเกิดขึ้นว่าจะมีประโยชน์ต่อการปฏิบัติตนอย่างไร ก็จะทำให้เกิดความพอใจหรือว่ามีความเต็มใจขึ้นมาอีกระดับหนึ่งได้ สิ่งที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแนวทางกว้าง ๆ ในการที่จะเสริมสร้างวินัยให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะหลักการทางศาสนา ซึ่งประชาชนมีความนับถือและเชื่อมั่นและศรัทธาอยู่แล้ว จะทำให้ทุกคนสามารถนำมาปฏิบัติจนเกิดเป็นวินัยได้อย่างสบายใจ ผมจึงขอฝากท่านทั้งหลายผู้มีประสบการณ์ ได้ช่วยกันคิดและช่วยกันเสนอแนะแนวทางความเห็นต่าง ๆ เพื่อที่บุคลากรและหน่วยงานต่าง ๆ จะได้นำไปพิจารณาและปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่การเสริมสร้างวินัยให้แก่ประชาชน อันจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศที่เราตั้งใจอยากจะเห็นสังคมที่ดีขึ้นกว่าเดิม ที่มีความสมานฉันท์ขึ้นกว่าเดิม ทั้งในปัจจุบันแลหะอนาคตสืบต่อไป บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2549 และเปิดงานสานเสวนา เรื่อง "การเสริมสร้างวินัยพื้นฐานศาสนิกชน" ณ บัดนี้ ขอตั้งความปรารถนาดีให้การดำเนินงานจงดำเนินไปบนพื้นฐานแห่งคุณธรรมจริยธรรม นำไปสู่เป้าหมายหลักคือความเป็นระบบ ระเบียบ และความสมานฉันท์ของสังคมสืบไป และขออำนวยพรให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญโดยทั่วกัน ขอบคุณครับ กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
|