![]() |
คำกล่าวในโอกาสมอบนโยบายบริหารราชการให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเรื่อง ทิศทางการพัฒนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผมมีความยินดีที่ได้มีโอกาสมาร่วมในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องทิศทางการพัฒนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในวันนี้ และเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กร ในการบริหารงานอำนวยความยุติธรรม ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สามารถที่จะสนองตอบต่อความต้องการของประชาชน และเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนได้มาก ในกระบวนการยุติธรรมนั้น องค์กรตำรวจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม เปรียบเสมือนเป็นต้นทางของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม มีหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรมอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมแก่ประชาชน สถาบันตำรวจได้รับความศรัทธาเชื่อถือจากประชาชนเป็นอย่างสูง มีภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นที่ไว้วางใจ แต่ปัจจุบันเราต้องยอมรับความรู้สึกของประชาชนว่า ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ความเชื่อมั่นต่อสถาบันตำรวจดูเหมือนว่าจะลดน้อยลงไป ทั้งนี้ อาจจะด้วยเหตุผลทางการเมือง ส่วนอื่น ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจ อาจจะมี ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของตำรวจโดยตรง เพราะงานของตำรวจต้องเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับประชาชน และต้องได้รับการสนับสนุนร่วมมือจากประชาชน จึงจะประสบผลสำเร็จได้ดี การจะทำให้สังคมมีความเชื่อถือศรัทธา และไว้วางใจต่อการทำงานของตำรวจ จำเป็นจะต้องใช้ความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่าย ประการแรก ตำรวจต้องทำให้สังคมเห็นว่าตำรวจเป็นผู้อุทิศทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนโดยไม่เห็นแก่ตัว ทำงานพิทักษ์สันติให้แก่ราษฎร โดยไม่ย่อท้อต่อความเหน็ดเหนื่อย ซึ่งนอกจากตำรวจจะต้องปฏิวัติตัวเองในด้านการทำงาน และการเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อประชาชนแล้ว ก็อาจจะต้องปฏิรูปโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย ประการที่สอง สังคมจะต้องให้ความเห็นใจและเข้าใจในการทำงานของตำรวจ ต้องให้ความเชื่อถือศรัทธา ไว้วางใจ และให้ความร่วมมือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และที่สำคัญ ต้องให้กำลังใจ แม้แต่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางด้านจิตใจก็สามารถที่จะทุ่มเททำงานด้วยความเสียสละได้ สิ่งสำคัญประการต่อมาก็คือ ตำรวจและประชาชนต้องมีการสื่อสารระหว่างกันให้มากขึ้น สังคมต้องสื่อสารให้ตำรวจทราบว่ามีความต้องการหรือคาดหวังจะให้ตำรวจทำงานอย่างไร ส่วนตำรวจ ก็ต้องสามารถที่จะอธิบายให้สังคมได้ประจักษ์ว่า มีปัญหาหรือมีอุปสรรคข้อขัดข้องในการทำงานอย่างไร หรือต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในเรื่องอะไรบ้าง สิ่งที่สำคัญประการสุดท้าย คือ ในเรื่องของสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ก็จะต้องช่วยกันดำเนินงานทั้งสองด้าน หมายถึงว่าส่วนดีก็ต้องช่วยกันเผยแพร่ ส่วนไม่ดีก็จะต้องช่วยกันตรวจสอบ และเสนอสิ่งเหล่านั้นให้แก่ประชาชนได้รับทราบ ตำรวจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและยุติธรรม ก็ควรได้รับการยกย่องชมเชย ช่วยทำให้ตำรวจเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ถ้าหากว่าทุกฝ่ายสามารถทำหน้าที่ของตนด้วยความสร้างสรรค์ และส่งเสริมซึ่งกันและกัน ผมก็เชื่อมั่นว่าสถาบันตำรวจจะกลับมาได้รับความเชื่อถือศรัทธา และไว้วางใจจากประชาชนในโอกาสข้างหน้าอีกครั้งหนึ่ง ส่วนในเรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจนั้น จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาเช่นเดียวกัน แม้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราจะได้มีการดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง แต่เพราะงานของตำรวจจำเป็นจะต้องมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา การหันกลับมาดูเรื่องโครงสร้างและการทำงานของตำรวจในช่วงระยะเวลาอันใดอันหนึ่งนั้น จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่แปลก รัฐบาลมีนโยบายที่จะสนับสนุนผลักดันการปรับปรุงพัฒนาระบบงานตำรวจ ซึ่งอยู่ในกรอบของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นภาพรวม รัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องหนึ่งเรื่องใด แต่ว่าในกระบวนการยุติธรรมทั้งกระบวนการ มีเรื่องของความล้าหลัง มีเรื่องของสิ่งที่ควรจะปรับปรุงอยู่อีกมากมาย ซึ่งผมคิดว่าท่านทั้งหลายซึ่งอยู่ในกระบวนการยุติธรรมส่วนหนึ่งนี้ท่านทราบดี ว่าควรจะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง ผมไม่ได้เน้นเฉพาะในเรื่องของตำรวจ ตรงนี้อยากจะให้ประเด็นค่อนข้างชัดเจน ในการแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในการแถลงในทุก ๆ แห่ง ผมเน้นในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ว่าสังคมของเรายังมีความไม่เป็นธรรมอยู่ ก็จะต้องหาทางปรับปรุงในสิ่งเหล่านี้ ในขณะนี้รัฐบาลได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 234 / 2549 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2549 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจแล้ว ซึ่งก็ได้มีพลตำรวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธานกรรมการ ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ทั้งจากกลุ่มข้าราชการตำรวจเอง กลุ่มประชาชน นักวิชาการ และอาจจะรวมไปถึงเรื่องที่จะมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของตำรวจให้เหมาะสมยิ่งขึ้นไปด้วย ซึ่งในการสัมมนาของเราสองวันที่ผ่านมานี้ ก็ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้ไว้แล้ว ประเด็นสำคัญในการพัฒนาระบบงานของตำรวจที่จะต้องพิจารณาก็คือ 1. ในด้านโครงสร้างและการบริหารจัดการ ซึ่งจะต้องเข้าไปดูแลในเรื่องของการรวมศูนย์อำนาจในการบริหาร การมีภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของตำรวจ การจัดองค์กรที่เหมาะสม และความมีอิสระในการสอบสวนเป็นต้น ซึ่งท่านก็ได้สัมมนากันและมีข้อคิดเห็น ซึ่งเป็นข้อที่ผมคิดว่าเป็นความคิดเห็นที่ตรงกันกับนักวิชาการอีกหลาย ๆ ส่วน 2. ในด้านการบริหารงานบุคคลและวิชาชีพตำรวจ ก็จะต้องเข้าไปดูแลในเรื่องของระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล การสรรหาบุคลากร การพัฒนาบุคลากร ระบบสวัสดิการและค่าตอบแทน ซึ่งคงตรงกับที่ท่านได้มีการสัมมนาและเสนอผลมาแล้ว สิ่งสำคัญ ที่ท่านเองก็มีความเป็นห่วงในเรื่องของการแทรกแซงทางการเมือง ตรงนี้ก็เป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องนำมาพิจารณาในรายละเอียดกันว่า เราควรจะทำอย่างไรดีที่จะให้การแทรกแซงทางการเมืองนั้น เป็นไปได้ในลักษณะที่มีผลกระทบต่อระบบราชการโดยส่วนรวม คงไม่ใช่ในเรื่องของตำรวจเพียงอย่างเดียว เพราะว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีการแทรกแซงจากทางการเมืองค่อนข้างสูง และไม่เฉพาะข้าราชการตำรวจเท่านั้น ข้าราชการในทุก ๆ ส่วนได้รับผลกระทบ มากบ้างน้อยบ้าง ตรงนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างกว้าง ท่านมองในแง่ของตำรวจ แต่ผมมองในภาพรวม มันมีผลกระทบโดยรวมมากกว่า แล้วเราก็คงจะต้องหาทางแก้ไขปัญหาตรงนี้ร่วมกัน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายบริหารก็จะต้องดูว่าทำอย่างไรที่เราจะมีการแบ่งอำนาจในการบริหาร ไม่ลงไปยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจนมากเกินไป อย่างที่เราพูดกันว่ามีการล้วงลูก นั่นก็เป็นเรื่องที่ถือได้ว่าเราคงจะต้องมาหาทางแก้ไขร่วมกัน ในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน ในส่วนนี้เอง ท่านได้เสนอข้อคิดเห็นซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์แล้ว ผมจะไม่ขอเข้าไปในรายละเอียด ผมมีความเชื่อมั่นว่าท่านทั้งหลายมีความตั้งใจ มีความพยายาม ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเป้าหมายหลักคือการทำงานตอบสนองพระราชปณิธานที่ได้ทรงแสดงให้เราประจักษ์ชัดยาวนานถึง 60 ปีมาแล้วว่า เป้าหมายหลักคือประเทศชาติและประชาชน อย่างในพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งผมขออัญเชิญมากล่าวในวันนี้คือว่า จะปกครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ทั้งประโยชน์และความสุขแห่งมหาชนชาวสยาม นั่นก็คือพระปฐมบรมราชโองการ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราในฐานะที่เป็นข้าราชการ จะต้องยึดถือพระราชปณิธานนี้ ที่จะดำเนินการกันต่อไป เราคงจะไม่หวั่นไหวหรือกลัวต่อความเปลี่ยนแปลง และคงจะทำงานให้ได้ในทุก ๆ สถานการณ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเราให้ได้ดีที่สุด ท้ายที่สุดนี้ ผมขอขอบคุณท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้แก่องค์กรของตำรวจ สิ่งที่ท่านได้รวบรวม ระดมความคิดมาเป็นข้อเสนอแนะ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานของตำรวจต่อไป ผมขออำนวยพรให้ทุกท่าน จงประสบแต่ความสุขความเจริญ และความสำเร็จก้าวหน้า ทั้งในการประกอบอาชีพการงาน และการดำเนินชีวิตส่วนตัว โดยทั่วกัน สวัสดีครับ กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
|