![]() |
ปาฐกถาพิfเศษเรื่อง "การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศสู่ความยั่งยืน" ผมมีความยินดีที่วันนี้ได้มาพบกับท่านทั้งหลายในบรรยากาศที่เหมาะสม มีความเยือกเย็น ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาร่วมสัมมนากับผู้บริหารระดับสูง ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน หลังจาก ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และถือเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่ได้มาเรียนให้ท่านทั้งหลายได้ทราบเจตนารมณ์ในการเข้ามาบริหารงานของรัฐบาล รวมทั้งแนวทางการดำเนินงานนโยบายของรัฐบาลในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 ปี หลังจากนี้เป็นต้นไป ท่านทั้งหลายถือว่าเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการนำนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติ การสนับสนุนการดำเนินงาน และการให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ผมจึงขอเรียนว่ารัฐบาลยินดีที่ได้รับฟัง ข้อคิดเห็น ข้อหารือ และพร้อมที่จะดำเนินการตามข้อที่ได้ตกลงกันต่อไป ให้สำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็ว เพราะการดำเนินการต่างๆ ต้องได้รับการสนับสนุนหรือร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคเอกชน ซึ่งรัฐบาลเห็นว่ามีความสำคัญยิ่งในการที่จะมีบทบาทนำในหลายๆ ด้าน ผมขอขอบคุณท่านประธานหอการค้าไทย ที่ได้รายงานให้ทราบถึงการดำเนินงานของหอการค้าไทยในระยะเวลาที่ผ่านมา ผมรู้สึกชื่นชมผู้บริหารหอการค้าทั่วประเทศที่ได้เสียสละมาทำประโยชน์ให้แก่ส่วน รวม ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ถือว่าเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีความสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนระบบ เศรษฐกิจและสังคม ในส่วนของจังหวัดและของประเทศ การที่หอการค้าไทยได้จัดให้มีการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศขึ้นทุกปี หมุนเวียนไปตาม ภูมิภาคต่าง ๆ ต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 24 ทำให้เวทีนี้เป็นเวทีพบปะหารือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่สามารถจะสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา การแก้ไขปัญหาที่สำคัญต่าง ๆ ของประเทศได้เป็นจำนวนมาก สำหรับหัวข้อ "การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศสู่ความยั่งยืน" ที่ชาวคณะผู้จัดการสัมมนา ได้กำหนดให้ผมมาพูดคุยในวันนี้ ผมเห็นว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยัง สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เป็นความต้องการของสังคม ซึ่งหลายฝ่ายได้หยิบยกมาพูดกันในเวทีต่าง ๆ อยู่เสมอว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยจะต้องให้ความสำคัญกับการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารจัดการ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งภาคสังคม และภาคประชาชน เพื่อให้สังคมบังเกิดสันติสุขมากยิ่งขึ้น ในส่วนนี้ผมอยากจะขอขยายความสักเล็กน้อย ในภาคสังคมและภาคประชาชน เราจะเห็นว่าในสังคมของเราเองได้พูดกันถึงเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแสดงออกของเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ยั่วยุให้เยาวชนได้มีความคิดไปในสิ่งเหล่านั้น จะเห็นว่าเรามีสถานบันเทิงในยามราตรีที่เกิดขึ้นมาค่อนข้างมาก แม้กระทั่งอำเภอเล็ก ๆ ในชนบทก็มีคาราโอเกะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่คนไทย สังคมของเราเอง น่าจะได้ช่วยกันพิจารณาว่า ถึงเวลาหรือยัง ที่เราน่าจะได้ทบทวนสิ่งที่อาจจะเป็นสิ่งที่ยั่วยุให้เยาวชนได้มองไปในแง่นั้นว่า เขาจำเป็นที่จะต้องปรับตัวเข้ากับสภาพของสังคม ที่เห็นอยู่ต่อหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่า การที่เราพูดถึงธรรมาภิบาล พูดถึงการแก้ไขปัญหาในสังคมนั้น หลักจริง ๆ คงเป็นเรื่องของความเชื่อทางศาสนาเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งด้วย ไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาใด ผมคิดว่าในหลักทางศาสนานั้นได้เน้นถึงเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม เป็นส่วนที่สำคัญ ผมได้ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ และคิดว่าในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งได้มองเห็นว่าเราได้ละเลย มองข้ามความสำคัญในเรื่องของความเชื่อทางศาสนาของพุทธศาสนิกชนนี้มาพอสมควร ในห้วงเวลาที่รัฐบาลนี้เข้ามาอยู่ อยากจะเรียนเชิญชวนว่า เมื่อเราพูดถึงธรรมาภิบาลแล้ว เรื่องธรรมาภิบาลนี้จะต้องเกิดจากตัวของเราเอง เราไม่สามารถที่จะไปบังคับคนอื่นที่จะให้คิดดี ทำดี ขึ้นมาได้ ถ้าตัวเราไม่ได้เป็นผู้เริ่ม เป็นผู้นำ ในส่วนนั้นของสังคม ผู้ใหญ่ย่อมเป็นผู้นำที่ดี ถ้าหากว่าเรามองถึงในเรื่องของธรรมาภิบาลและแสดงให้เด็กเห็นว่า ในสังคม ของเรานั้น เราจะต้องเป็นตัวอย่าง เราจะต้องเป็นผู้นำให้เยาวชนได้เห็นว่า สังคมของเราเริ่มปรับตัว ผมอยากเรียนเสนอว่า ในห้วงเวลาที่สำคัญ ถ้าหากท่านจะได้น้อมนำศีลห้ามายึดถือเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็จะเริ่มทำให้สังคมของเรานั้นปรับตัวเข้ามาสู่คุณธรรม เข้ามาสู่จริยธรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องกระทำตลอดเวลา เพราะบางท่านอาจจะทำได้ยาก ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นตรงนี้ว่า ถ้าท่านเริ่มต้นในวันที่เป็นวันสำคัญที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเราทุกคนได้เตรียมที่จะเฉลิมฉลองในช่วงนั้นอยู่แล้ว ถ้าเราสามารถที่น้อมนำศีลห้ามาปฏิบัติในวันนั้นได้ ก็ถือเป็นการเริ่มที่ดี ต่อไปอาจจะเป็นวันปีใหม่ เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธที่เรามีความเคารพ มีความเลื่อมใส จะเป็นประโยชน์ที่จะริเริ่มในเรื่องของการนำธรรมะเข้ามาสู่ตัวของเราเอง และพร้อมที่จะนำสิ่งเหล่านั้น ไปเป็นหลักของธรรมภิบาลในสังคม ในการที่จะปฏิบัติตัวให้เป็นผู้นำของเยาวชน ซึ่งเขาก็มองผู้ใหญ่ ถ้าผู้ใหญ่เดินตรง ผมคิดว่าเด็กก็จะเดินตามในทางที่ตรงเหมือนกัน แต่ถ้าผู้ใหญ่เดินเลี้ยวไปเลี้ยวมา เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปเรื่อย เด็กๆ เขาก็เห็นว่าเขาก็คงทำตามอย่างที่ผู้ใหญ่ทำ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนเสนอให้ที่ประชุมได้ช่วยกันพิจารณาด้วย เพราะในเรื่องของสังคม ถ้าเราไม่ได้เป็นผู้เริ่ม ก็คงจะพูดยากว่าจะให้ใครเป็นผู้เริ่ม ถ้าผู้ใหญ่ไม่เริ่ม เด็กก็คงไม่ตาม ในส่วนของรัฐบาล ถึงแม้ว่าจะมีระยะเวลาในการบริหารราชการแผ่นดินเพียงประมาณ 1 ปี แต่ก็มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ ที่จะแก้ไขปัญหาที่สำคัญของบ้านเมือง ได้แก่ การฟื้นฟูความสมานฉันท์ของคนในชาติ การสนับสนุนให้มีการปฏิรูปการเมืองและการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง การลดความไม่เท่าเทียมกันทางด้านรายได้ของประชาชนในสังคม และการสถาปนาหลักนิติธรรมขึ้นในบ้านเมือง การที่จะสถาปนาหลักนิติธรรมขึ้นมาได้นั้น เราจะต้องมีธรรมะอยู่ในใจ ถ้าหากว่าไม่มีธรรมะอยู่ในใจ สังคมของเราก็จะมองว่าเรามีทางที่จะหลีกเลี่ยงจากการใช้กฎหมายอย่างไรบ้าง อย่างเช่นทางที่มองกันอยู่เสมอ แต่ถ้าเรามีหลักธรรมะ เราก็จะมองว่าทำอย่างไรที่เราจะอยู่ในกรอบของกฎหมาย ตรงนี้ก็เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่ง ถ้าไม่มีธรรมะอยู่ในใจแล้ว ก็เป็นเรื่องที่จะมองได้เลยว่าเราจะหาทางเลี่ยงกฎหมายกันอยู่เสมอ รัฐบาลจะยึดถือหลักการทำงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ประหยัด และมีประสิทธิภาพ ซึ่งรัฐบาลได้แถลงไว้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 ที่ผ่านมา การปฏิรูปการเมืองนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ภายในหนึ่งปีนี้เราจะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนคนไทย ภายใต้การจัดทำประชามติและจะเป็นพื้นฐานของสังคมที่มีความเท่าเทียมกันต่อไป ในส่วนนี้เอง ผมอยากจะเรียนว่า เราต้องการข้อคิดเห็น เราต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่จะมีการแสดงออกทางการเมืองนั้น ถ้าเป็นการแสดงออกที่ดี มีระยะเวลา 1 ปี หรืออาจจะสั้นกว่านั้น ก่อนที่จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะมีคณะกรรมการที่จะดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญ เราจะได้พยายามร่วมมือ รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อเป็นพื้นฐานในการที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญของเราต่อไป รัฐบาลจะจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยกันของคนในชาติ และเร่งรัดการปฏิรูปการเมือง ในส่วนของการเมือง ถ้าหากว่าเราจะปรับการเมืองจริง ๆ เราก็ต้องการนักการเมืองซึ่งมีคุณธรรม นักการเมืองซึ่งปฏิรูปตนเอง ท่านจะวางหลักเกณฑ์อย่างไร ท่านจะประชุมอย่างไร และถ้าหากนักการเมืองไม่ได้ปฏิรูปตนเอง เราคงจะลำบาก เราคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าปัญหาของระบบกับปัญหาของบุคคลนั้น จะต้องเป็นทั้งสองส่วนที่จะต้องมีการแก้ไข ในเรื่องของการที่จะปฏิรูปการเมืองนั้น จะอาศัยประโยชน์จากทรัพยากรด้านการสื่อสารทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ทางการเมือง ด้านการฟื้นฟูความสมานฉันท์แห่งชาติ รัฐบาลจะลดความแตกแยกทางการเมืองและสังคม และแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ใช้ประโยชน์จากข้อมูลของคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติเป็นแนวทางในการดำเนินการ ตระหนักถึงความทุกข์ยากของประชาชนด้วยความยุติธรรมและตรงไปตรงมา และฟื้นฟูความสัมพันธ์ฉันท์มิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลจะยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการบริหารงาน ที่ท่านทั้งหลายได้มีส่วนร่วมในการขยายแนวคิดนี้ออกไปให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น ใช้หลักคุณธรรมกำกับการพัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับระบบตลาดเสรี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจระบบตลาด และเศรษฐกิจส่วนรวม ให้เกิดความสมดุล ภายใต้กรอบความยั่งยืนและความพอดี โดยเน้นให้ภาคเอกชนมีบทบาทนำและผนึกกำลังกับภาครัฐ ภาคสังคม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและความสามารถให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่การสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศในครั้งนี้ หอการค้าไทยได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหัวข้อหลักในการสัมมนาด้วย ส่วนการสถาปนาหลักนิติธรรมในบ้านเมือง ซึ่งผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ในด้านของรัฐบาลนั้น จะฟื้นฟูกฎหมาย ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ และสร้างความแข็งแกร่งให้แก่องค์กร แก้ไขปัญหาการทุจริต เนื่องจากในสังคมนั้น ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาที่จะต้องมีการ ทบทวนและเร่งฟื้นฟูภาคสังคมของไทยให้มีความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันที่ดี สิ่งที่ผมได้กล่าวไปในตอนต้นจะเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะช่วยกันฟื้นฟู ช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกัน และคงจะต้องเริ่มจากผู้ใหญ่ในสังคม การดำเนินการดังกล่าวนี้คงจะต้องมีแผนปฏิรูปสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างสมานฉันท์บนพื้นฐานของคุณธรรม โดยรัฐบาลจะร่วมกับภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ประชาสังคม วิชาการ สื่อมวลชน และศาสนา ในการจัดทำแผนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีสันติสุขอย่างยั่งยืน ซึ่งในส่วนนี้ องค์กรหอการค้าฯ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ จะมีส่วนสำคัญที่เข้ามามีบทบาทส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี ด้านการต่างประเทศ รัฐบาลได้กำหนดแนวนโยบายในอันที่จะส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ เสริมสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นของนานาประเทศ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานของคุณธรรมและมิตรภาพทั้งในระดับอนุภูมิภาค ภูมิภาคและระหว่างภูมิภาค เพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน อย่างไรก็ตาม นอกจากประเด็นหลัก ๆ ดังกล่าวแล้ว รัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่ในการบริหารจัดการในเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูประบบการศึกษา และการรักษาความมั่นคงของรัฐ เป็นต้น เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องมีผู้ตัดสินใจเช่นเดียวกัน รัฐบาลไม่สามารถกล่าวอ้างระยะเวลาอันสั้น เพื่อที่จะกระทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะทุกอย่างล้วนมีผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนด้วยกันทั้งสิ้น การบริหารงานในเรื่องต่าง ๆ ดังกล่าวทั้งหมดต้องนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ยุติธรรมและยั่งยืน หลักธรรมาภิบาลที่มีผู้รวบรวมไว้ ๖ ประการ คือ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักความมีส่วนร่วม หลักความคุ้มค่า และหลักความสำนึกรับผิดชอบ นั้น จะมีอยู่ในการทำงานของรัฐบาลตลอดช่วงระยะเวลาประมาณ 1 ปี ของรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ผมขอฝากให้ท่านทั้งหลาย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ยึดถือและร่วมกัน เสริมสร้างธรรมาภิบาลในการประกอบการทำงาน การประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจให้แพร่หลายกว้างขวางมากยิ่ง ๆ ขึ้นด้วย เพื่อให้ธรรมาภิบาลเป็นวัฒนธรรมและวิถีปฏิบัติที่อยู่คู่คนไทยและราชอาณาจักรไทยสืบไป เพราะหลักที่ว่านี้เรามีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบเศรษฐกิจและสังคมของเราได้ อย่างยั่งยืน ท้ายที่สุดนี้ ผมขออำนวยพรให้ทุกท่าน จงมีแต่ความสุข ความเจริญ และความสำเร็จก้าวหน้าทั้งในการประกอบอาชีพการงาน และการดำเนินชีวิตส่วนตัวโดยทั่วกัน ขอบคุณครับ กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก |