คำกล่าวในโอกาสพบปะนักศึกษาและครูอัตราจ้างในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
08 พฤศจิกายน 2006 13:55 น.


สวัสดีครับพี่น้องครูอัตราจ้างที่ได้มาอยู่ ณ ที่นี้กันทุกคน ผมมีความตั้งใจที่จะมาพบกับท่านทั้งหลายนานแล้ว และเคยได้เรียนกับคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ในช่วงที่ท่านเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ว่า ก่อนที่ท่านทั้งหลายจะเข้าไปทำงานในพื้นที่ อยากจะให้กระทรวงศึกษาธิการได้มีการปฐมนิเทศ โดยที่ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปฐมนิเทศ ผมทำก่อนหน้าที่ผมจะมารับงานในฐานะนายกรัฐมนตรีในช่วงนี้ ก็ได้คุยกับท่านมานานแล้วว่าอยากจะพบ และอยากจะคุยด้วย ความมุ่งหมายของผมไม่ได้มีอะไรมากมาย มีสิ่งที่เราได้เคยคุยกันในการที่จะสร้างมาตรฐานทางการศึกษาของเราให้ดีขึ้น นั่นเป็นเรื่องที่ทุกท่านตระหนักดีอยู่แล้ว งานในหน้าที่ผมคงไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องมากมายนัก แต่สิ่งที่อยากจะพูดกับท่านทั้งหลายคือว่า ท่านมีส่วนร่วมที่สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะสร้างเยาวชนของเราให้มีความก้าวหน้า ให้มีความรู้ และเป็นคนดี

ฯพณฯ ประธานองคมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ท่านได้พูดสรุปไว้ว่า เรื่องของเราในภาคใต้คงมีสองส่วนที่สำคัญ คือในเรื่องของความเป็นธรรมและความเป็นไทย ความเป็นธรรมขณะนี้ผมมีหน้าที่ที่จะเข้ามาแก้ไข มีหน้าที่ที่จะต้องเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องที่เกิดความขัดแย้งเช่นในภาคใต้เอง และนอกภาคใต้ไปก็มีปัญหาความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นในบ้านเมืองของเราในขณะนี้ ก็กำลังจะมีความขัดแย้งมีความแตกแยกทางความคิด ซึ่งผมจะต้องหาทางแก้ไขในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ต้องหาทางแก้ไขว่าทำอย่างไรที่เราจะหันหน้ามา ลดทิฐิ ลดความคิดที่มองว่าฝ่ายตรงข้ามมีอยู่ ทำอย่างไรที่จะมองว่าเป็นฝ่ายเดียวกัน และหาทางแก้ไข ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าบ้านเมืองของเรา ถ้าท่านบอกว่ามันไม่เป็นธรรม เราก็ต้องช่วยกันหาทางแก้ไขให้เป็นธรรม ให้ดีกว่าเดิมขึ้นมาให้ได้ แต่ถ้าเผื่อท่านไม่บอก ไม่หาทางช่วยกัน ภาครัฐก็คิดไปอย่างหนึ่ง เจ้าหน้าที่ก็คิดไปอย่างหนึ่งว่าถ้าเผื่อทำอย่างนี้แล้วมันน่าจะเป็นธรรม แต่ที่จริงอาจจะไม่ใช่ ท่านในฐานะที่จะต้องเป็นครูบาอาจารย์สอนเด็ก ๆ ให้ความรู้กับเขา ท่านเป็นคนหนึ่งที่จะเป็นตัวอย่างให้กับเยาวชนของเรา ตัวอย่างทั้งในด้านที่จะให้ความรู้ ตัวอย่างทั้งในด้านที่จะต้องช่วยเหลือสังคม นั่นเป็นภาระที่หนัก แต่ว่าผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เราจะต้องมีความผูกพันต่อสังคมในสิ่งนี้

นอกจากงานในหน้าที่ของท่านแล้ว ท่านจะต้องช่วยเหลือสังคมด้วย เพราะว่าท่านเป็น พูดง่าย ๆ ว่าเป็นตัวอย่างของเยาวชน เขาจะมองครูเหมือนกับบุคคลพิเศษ บุคคลที่มีความรู้มากกว่า บุคคลซึ่งจะต้องให้ความเคารพ และอะไรที่เป็นตัวอย่างที่ดีเขาจะทำตามท่าน อันนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกประหลาด เพราะว่าเราทุกคนก็ผ่านกระบวนการในการเรียนมาแล้วทั้งสิ้น ผมเองอายุ 60 กว่าปีแล้ว ครูที่สอนผมอายุ 80 กว่าปี ขณะนี้ท่านก็ยังให้กำลังใจผมอยู่ ท่านลองคิดดูก็แล้วกันว่าความผูกพันอันนี้มันยาวนานแค่ไหน ครูที่สอนมัธยมของผม มัธยม 4 มัธยม 5 ที่สอนมัธยม 6 นั้นท่านเสียชีวิตไปแล้ว นี่ก็คือความผูกพัน อยากจะฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วยว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ในความทรงจำของพวกเราทุกคนว่า ครูที่เป็นแบบอย่าง ครูที่ดีนั้นจะอยู่ในใจของเราตลอดไป และหน้าที่ของท่านก็คือนอกจากสอนแล้วท่านจะต้องเป็นตัวอย่าง เป็นแบบอย่างที่ดี และต้องช่วยกันหาทางแก้ไขในเรื่องทางสังคมของเราด้วย มีตัวอย่างมากมายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ภาคใต้ผมคิดว่าน้อย น้อยกว่าภาคอื่น ในเรื่องของการที่จะต้องดูแลความประพฤติของเยาวชน ไม่ให้มุ่งไปในทางวัตถุนิยมมากจนเกินไป ในบางแห่งก็จะต้องเป็นแฟชั่นทุกอย่าง เด็ก ๆ จะต้องมีโทรศัพท์มือถือ เด็กผู้หญิงก็จะต้องดูเรื่องความขาว มีครีมที่ออกมาโฆษณาอยู่ตลอดเวลาว่าทาแล้วหน้าขาว อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเขาพยายามจะหลอกเอาสตางค์เรา จริง ๆ ก็ขาวไปไม่ได้นานหรอก เดี๋ยวก็ดำอีก เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดมากในเรื่องเหล่านี้ มันอยู่ที่ใจ ที่ความรู้สึกทางใจกันมากกว่า ถ้ามองแบบผู้ชายก็มองว่า เราจะหาคู่ครอง แน่นอนว่าหน้าตาก็เป็นส่วนประกอบ แต่ว่าส่วนที่สำคัญที่สุดผมว่าใจ ถ้าเราพบคนที่เราถูกใจ คนที่เราเห็นว่าเป็นคนตรงไปตรงมา เป็นคนที่เป็นที่ปรึกษาเป็นคนที่พูดคุยกันได้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวประกอบเอง ถ้าเราสอนเด็ก โดยเฉพาะเด็กทั้งผู้ชายผู้หญิงให้มีความรู้สึกในเรื่องนี้ว่า คนดีสำคัญกว่าหน้าตา คนดีสำคัญกว่าความรู้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนที่สร้างสังคมของเราให้มีความก้าวหน้ากันต่อไป

ในเรื่องของความเป็นไทย ก็เป็นเรื่องที่ท่านมีส่วนที่สำคัญที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ ในการที่จะให้เยาวชนทั้งหลายเกิดความรู้สึกว่าบ้านเมืองนี้เป็นของพวกเราทุกคน พวกเรามีส่วนร่วม พวกเราจะต้องช่วยกัน ผมพูดกับเยาวชนที่โรงเรียนธรรมวิทยาเมื่อเช้านี้ว่า ประเทศไทย 76 จังหวัดเป็นของพวกเขาทุกคน เขามีสิทธิที่จะไปที่ไหนก็ได้ ที่จะทำอะไรก็ได้ ผมอยากให้พวกเราพยายามที่จะสร้างความรู้สึกอันนี้ให้เกิดขึ้น ในส่วนอื่น ๆ ของประเทศไทยก็ตาม เราก็ต้องสร้างความรู้สึกอันนี้ให้เกิดขึ้นว่าถึงแม้ว่าเราจะต่างความเชื่อ เราอาจจะต่างเผ่าพันธุ์ แต่ว่าความเป็นคนไทยของเรานั้นไม่ได้แตกต่าง ตรงนี้อยากจะฝากท่านไว้ด้วยว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เป็นเรี่องที่จะต้องปรับทัศนคติกันมากพอสมควร ไม่ใช่เฉพาะคนในพื้นที่ทางภาคใต้เท่านั้น คนทั้งประเทศไทยที่จะต้องหาทางปรับทัศนคติกันว่าคำว่า "คนไทย" กินความหมายกว้างขวางและลึกซึ้ง มากกว่าที่จะพูดกันว่าเราพูดภาษาไทยเพียงอย่างเดียว นั่นเป็นเรื่องที่ผมอยากจะพูดกับท่านทั้งหลาย

ในวันนี้ที่มา อย่างที่ผมเรียนไว้แล้วว่ามีความตั้งใจ ผมทราบดีว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะจะได้พูดกับท่านทั้งหลาย หลังจากที่ผมได้เดินทางต่อไป ผมจะมีโอกาสได้ไปพบกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ปัตตานี อีกในช่วงบ่ายวันนี้ ความตั้งใจของผมไม่ได้มีอะไรมากกว่าไปกว่าที่จะพยายามพบปะทำความเข้าใจกับผู้คน พี่น้องของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะว่าบ้านเมืองอย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่าอยู่ในช่วงที่เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง ทั้งในด้านแนวความคิดทางการเมือง แล้วก็แนวทางที่เราอยากแก้ไขปัญหาสถานการณ์ทางภาคใต้ ซึ่งก็แตกแยกทั้งในด้านของแนวความคิด ทั้งในด้านของความเชื่อ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องช่วยกันแก้ไข และที่มาในวันนี้ความตั้งใจของผมมีเพียงว่า ผมจะเป็นผู้ที่พยายามริเริ่มในเรื่องของการแก้ไขปัญหาทางภาคใต้ด้วยสันติวิธี คณะที่มาในวันนี้มีครบ มีท่านผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ คุณพระนาย สุวรรณรัฐ ซึ่งเพิ่งมารับหน้าที่ เชิญยืนให้คณะได้เห็นหน่อย นี่ก็เป็นส่วนงาน เป็นหัวหน้าส่วนงานซึ่งทางรัฐบาลได้พยายามที่จะทำให้เกิดความปรองดองขึ้นมาในบ้านเมืองของเรา โอกาสข้างหน้า ท่านทั้งหลายจะมีโอกาสที่จะไปพบปะ พูดจา เสนอแนะ ในเรื่องการแก้ปัญหา มีแนวความคิดอะไรต่าง ๆ ท่านจะเป็นคนที่เปิดรับข้อคิดเห็นจากพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะในภาคส่วนไหนของสังคม เพราะฉะนั้นโอกาสของท่านจะมีส่วนหนึ่งที่จะได้พบ และหาทางช่วยกันแก้ไข ในเรื่องทางกระทรวงศึกษาธิการ ผมจะยังไม่เข้าไปในส่วนนั้น ผมคิดว่าท่านมีเวลาที่จะคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ ท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ท่านเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งท่านก็มาอยู่พร้อมกัน ณ ที่นี้อยู่แล้ว นั่นเป็นส่วนที่ผมจะไม่เข้าไปในรายละเอียด เพียงแต่ว่าอยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่อีกนิดหน่อยนี้ อยากฟังความเห็นของท่านทั้งหลาย ว่าจะมีอะไรที่อยากจะฝากผมไปบ้าง อาจจะเป็นภาคกว้าง ๆ ภาครวม ๆ ถ้ามีท่านผู้ใดที่อยากจะเสนอความเห็น หรือว่าอยากจะถามว่าอะไรเป็นอะไรอย่างไร ก็เชิญ

ผู้แทนครูอัตราจ้างจังหวัดชายภาคแดนใต้

กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะทุกท่าน ผม ในนามของชมรมครูอัตราจ้างจังหวัดชายแดนใต้ วันนี้มาในวันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับครูอัตราจ้าง รัฐบาลชุดนี้มาเพื่อที่จะแก้ปัญหาหรือวิกฤติทางการเมือง พวกผมก็เหมือนกัน ครูอัตราจ้างที่มาในวันนี้เพื่อที่จะแก้วิกฤติครูขาดแคลนเหมือนกัน เรียนท่านนายกรัฐมนตรีและคณะทุกท่านครับ คำถามอยู่ในมือของผม ถ้ารวบรวมแล้วเป็นร้อย ๆ คำถาม พัน ๆ คำถาม แต่ก็ได้กลั่นกรองเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะกลั่นกรองก็มีอยู่ 4 คำถามหลัก ๆ ครับ คำถามแรกคือเรื่องนโยบายเกี่ยวกับครูอัตราจ้าง 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ท่านมีแนวคิดว่าอนาคตครูอัตราจ้างจะเป็นอย่างไร วันนี้ถึงท่านจะตอบไม่ได้ไม่เป็นไรครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ยังอยู่ครับ

นายกรัฐมนตรี

เชิญครับ ปัญหาต่อไป ผมจะจำไว้ เดี๋ยวจะตอบได้เดี๋ยวตอบ

ผู้แทนครูอัตราจ้างจังหวัดชายภาคแดนใต้

ข้อที่สองคือเรื่องของความมั่นคงในอาชีพของครูอัตราจ้างว่า ทุกวันนี้พอถึงสิ้นปีงบประมาณเมื่อไรโดยเฉพาะครูอัตราจ้าง ใจไม่อยู่กับที่ นี่คือปัญหาใหญ่ ๆ และปัญหาหลัก ๆ ทุกครั้ง และสุดท้าย เรื่องของสวัสดิการ เรามาปฏิรูประบบการศึกษา แต่ว่าในขณะเดียวกันเราก็ต้องปฏิรูปความรู้สึกของครูอัตราจ้างด้วยครับ เรามีอุปกรณ์ เรามียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย แต่คนที่จะขับเคลื่อนอุปกรณ์เหล่านั้นก็คือพวกผม หมายถึงว่าถ้าเรามีระบบการศึกษาที่ดีนั้น เรื่องของสวัสดิการของครูนั้นก็ต้องมีด้วยนะครับ สุดท้ายก็เป็นคำถามสุดท้ายจริง ๆ เรื่องของนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาของนักศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ว่า ไม่ทราบว่าเราจะทำอย่างไรให้มีคุณภาพการศึกษาของส่วนกลางให้ได้เท่าเทียมกัน อันนี้เป็นประเด็นหลักและประเด็นสำคัญ เพราะว่าเราในฐานะเป็นครูอัตราจ้าง ถึงแม้จะเป็นครูอัตราจ้าง แต่ว่าเราก็พร้อมที่จะไปพร้อม ๆ กับรัฐบาลที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะนักศึกษา 3 จังหวัดชายแดนใต้และสงขลาบางส่วน และความรู้สึกที่เหมือน ๆ กันก็คือ เราจะอาสา อาสาที่จะเป็นตัวประสานให้กับชุมชนว่าเรามีแนวคิดหรือมีแนวทางที่จะพัฒนาชุมชนของเราว่า เราจะไปในทิศทางไหน โดยเฉพาะครูอัตราจ้างนั้นอยู่ในพื้นที่ ก็เป็นครูคนหนึ่งที่ใกล้ชิดกับชุมชน ก็เลยถือโอกาสนี้ว่า ผมในฐานะตัวแทนครูอัตราจ้าง ก็ฝากคำถาม 4 -5 คำถาม ถ้าเผื่อว่าท่านไม่ตอบในวันนี้คงไม่สบายใจ ขอฝากด้วยครับ

นายกรัฐมนตรี

ท่านสบายใจได้ครับ ผมตอบ ในฐานะที่เป็นตัวแทน ผมคิดว่าท่านได้ทำคุณประโยชน์อย่างยิ่งแล้ว ผมอยากให้มีการเสนอแนวทางกันอย่างนี้เป็นการแลกเปลี่ยน และอะไรที่รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการจะทำได้ แนวคิดผมไม่ได้มีอะไรพิศดาร ก็คือเราจะรับฟังปัญหาและหาทางแก้ วิธีแก้ก็แก้จากปัญหาเล็กไปสู่ปัญหาใหญ่ แก้ปัญหาง่ายไปสู่ปัญหายาก ถ้าเราแก้ยากทีเดียวบางทีไปไม่ไหว เพราะฉะนั้นจะทำให้เป็นขั้นตอนอย่างนี้ เป็นวิธีการที่ผมคิดว่าเราทุกคนก็อยากจะทำอย่างนั้น ผมยกมือขึ้นมาก็จะมีนิ้วอยู่ 5 นิ้ว นิ้วไหนเล็ก และโตขึ้นมาหน่อย ก็เป็นลักษณะอย่างนั้นว่าเราจะเลือกแก้ตรงไหนก่อน อะไรที่เล็ก ๆ ง่าย ๆ ก็ทำเสียก่อน ในเรื่องของครูอัตราจ้าง ผมเรียนได้ว่าเราจะดำเนินการให้มีความต่อเนื่องในด้านการจ้าง เพราะเราตระหนักดีว่าการที่จะปรับเปลี่ยน แม้กระทั่งเปลี่ยนครูอย่างที่ผมพูดในตอนต้นว่า ครูก็คือต้นแบบของนักเรียน การเปลี่ยนครูแต่ละครั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนก็เปลี่ยนไป ความผูกพันที่มีก็เปลี่ยน เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่เราสามารถจะดำรงความสัมพันธ์ระหว่างครูกับลูกศิษย์ไว้ให้ได้ เราก็จะพยายามทำ

เรื่องการขาดแคลนครู ตรงส่วนนี้ผมพูดได้เลยว่า เราจะพยายามที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ อนาคตของท่านทั้งหลายก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เมื่อสักครู่ผมพูดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอารีย์ วงศ์อารยะ) ว่า ในชีวิตของคนเราไม่มีอะไรมากมาย คือมีความมั่นคงในอนาคตของเราว่า จะเดินไปทางไหนและมีความมั่นคงแค่ไหน ถ้าเรามีความมั่นคงว่าในอาชีพตรงนี้ เราไม่ได้ถูกยกเลิก ไม่ได้ปรับเปลี่ยนกันอย่างรวดเร็ว เราก็มีความมั่นคง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการเอง ซึ่งก็มีปัญหาในเรื่องความขาดแคลนอยู่แล้ว ก็จะดูในส่วนนี้ แน่นอนว่าเราจะต้องดูในเรื่องของคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพทางการศึกษา หรือคุณภาพของครูเอง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทางกระทรวงศึกษาจะต้องดูแลคุณภาพทางการศึกษานั้นผมตระหนักดีเพราะว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายวิจิตร ศรีสอ้าน) ท่านเป็นนักการศึกษา ผมคงไม่ไปแตะในเรื่องเหล่านั้น แต่ว่าสิ่งที่ผมลงมาทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่ผมจะรับหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ผมได้มาทำในเรื่องของการศึกษา ผมตระหนักดีว่าที่นี่ด้อยโอกาสทางการศึกษามากกว่าในพื้นที่อื่น ๆ แต่ว่าถ้าท่านไปเห็นในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นทางภาคเหนือ ภาคอีสานบางส่วน ก็ยังมีสภาพเช่นนั้นอยู่

ทำไมผมพูดเช่นนั้น เพราะว่าผมเป็นทหาร ผมทำงานอยู่ที่ชายแดน ผมก็จะเดินเข้าไปในพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คนเข้าไปไม่ค่อยถึง เด็กๆ ก็จะด้อยโอกาสทางการศึกษา นั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องหาทางแก้ไข เราจะต้องมีวิธีการหลาย ๆ อย่างที่จะหาโอกาสให้กับเด็ก ๆ เหล่านั้น ให้มีโอกาสที่เท่าเทียม ให้มีโอกาสที่ได้รับความรู้ ในลักษณะที่ใกล้เคียง กับเด็ก ๆ ที่อยู่ในเมือง อยู่ในอำเภอ อยู่ในจังหวัดใหญ่ ๆ ได้ อย่างใกล้เคียงกันบ้าง

ผมพูดตรงนี้เพื่อให้ทุกท่านได้สบายใจว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการนั้น รับที่จะดูแลในเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาบ้าง เพราะบางเรื่องแก้ได้เร็ว บางเรื่องก็จะต้องใช้เวลา บางส่วนอาจจะต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้งาน เรามีการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมเกิดขึ้นหลาย ๆ แห่งผมเองเป็นคนที่ได้ส่งเสริมในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ตามชายแดน ผมขอให้มีการติดตั้งการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม โครงการของมูลนิธิสอนทางไกลผ่านดาวเทียมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะในวิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ บางแห่งก็มีภาษาด้วย นั่นจะเป็นส่วนที่จะทำให้มาตรฐานทางการศึกษานั้นดีขึ้นมาหน่อย ซึ่งเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เท่าที่เราทำอยู่ใน ขณะนี้เราน่าจะมีวิธีการต่าง ๆ ที่สามารถจะช่วยกันแก้ไขได้ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของ ผู้คนในสังคมได้มากยิ่งขึ้นในอีก ๆ ส่วน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแนวทางอันหนึ่งไว้คือว่า ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้น จะต้องมองถึงภูมิสังคม ภูมิศาสตร์บวกกับสังคม สภาพของพื้นที่เป็นป่าเขา เป็นอะไร ต่าง ๆ เพราะว่าประเทศไทยไม่ได้แบนเหมือนแผ่นกระดาษ บางแห่งแม้ว่าห่างกันแค่ 2 - 3 กิโลเมตร แต่ว่ามีภูเขากั้นอยู่ตรงกลาง จะเดินทางไปเยือนแต่ละครั้งก็ลำบากยากเย็น บางทีก็ต้องค้างคืน ตอนไปก็ 6 ชั่วโมง เดินข้ามไปก็ 6 ชั่วโมง เดินกลับมาก็อีก 6 ชั่วโมง ตกลงไม่ต้องทำอะไรกันแล้ววันนั้นจบ ถ้าเดินไป-กลับก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมอยากจะเรียนว่า สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ

คำถามสุดท้าย ในเรื่องที่ท่านถามว่า เราจะมีสวัสดิการ มีอะไรกันอย่างไรนั้น ผมขอเรียนยืนยันว่า เราจะมีแต่ว่ารายละเอียด รัฐมนตรีว่าการคงจะคุยกับท่านทั้งหลาย ผมได้พูดกันเมื่อสักครู่นี้เอง โดยท่าน ผอ. ศอ.บต.ได้เสนอว่า ในการบริหารของท่าน ท่านอยากจะมีความคล่องตัวในเรื่องของการบริหารงาน ในด้านการใช้งบประมาณ ผมก็เห็นด้วยเพราะว่าจะเอาวิธีการในยามปกติ มาใช้กับสถานการณ์ซึ่งมีความพิเศษนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องเหล่านี้ ก็หลาย ๆ เรื่อง ท่านอาจจะคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง หลักจากที่ผมเดินทางกลับไปแล้ว หรือหลังจากนั้น ท่านอาจจะมีอะไรบางอย่างเพิ่มเติม ก็พูดกับ ผอ. ศอ.บต ที่จะหาทางแก้ไขกัน เรื่องที่ยาก ๆ ก็คงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

ผมต้องขอจบไว้เพียงเท่านี้ ผมขอให้ทุกท่านได้เป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชน มีความมั่นคงในอาชีพของท่าน และช่วยกันแก้ไขปัญหาในบ้านเมือง ช่วยกันแก้ไขปัญหาในสังคมของเราให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอบคุณครับ


กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ลัดดา หลั่งน้ำสังข์ - วิมลมาส รัตนมณี ถอดเทป / เรียบเรียง
จินตนา จ้อยจุมพจน์ / ตรวจ