สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี
3 กันยายน 2545

วันนี้ (วันอังคารที่ 3 กันยายน 2545) เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 2 ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหลังใหม่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  1. เรื่อง การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ CEO
  2. เรื่อง การจัดสรรเงินงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจัดเป็นเงินรางวัลประจำปีสำหรับสำนักงานศาลยุติธรรม
  3. เรื่อง การปรับอัตราเงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการตำรวจ
  4. เรื่อง การรายงานผลการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (โครงการรับซื้อลดเช็คเพื่อเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูการผลิตปี 2544/2545)
  5. เรื่อง รายงานสรุปการทำประชาพิจารณ์ประจำปี 2544
  6. เรื่อง รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  7. เรื่อง บันทึกข้อตกลงตามโครงการต่อต้านการฟอกเงินภายใต้กรอบการประชุมเอเชียและยุโรป
  8. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดทุนขั้นต่ำและระยะเวลาในการนำหรือส่งทุนขั้นต่ำเข้ามาในประเทศไทย พ.ศ. .... และร่างกฎกระทรวงกำหนดเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. .... รวม 2 ฉบับ
  9. เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
  10. เรื่อง รายงานผลการเบิกจ่ายเงินภาครัฐประจำเดือนกรกฎาคม 2545
  11. เรื่อง การดำเนินคดีปกครองและการดำเนินคดีแพ่งในชั้นอนุญาโตตุลาการ
  12. เรื่อง การเตรียมการเพื่อจัดประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม ครั้งที่ 11
  13. เรื่อง การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน
  14. เรื่อง รายการอ่อนไหว (SL) สำหรับการเปิดเสรีทุกอุตสาหกรรม และการประติบัติเยี่ยงคนชาติของภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ป่าไม้ ประมง และเหมืองแร่ และแนวทางการเร่งระยะเวลาการเปิดเสรี สำหรับนักลงทุนนอกอาเซียนภายใต้ความตกลงว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียน (AIA)
  15. เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (นโยบายแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย : ปัญหาและแนวทางการแก้ไข)
  16. เรื่อง รายงานผลการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 9
  17. เรื่อง ท่าทีไทยในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 57
  18. เรื่อง แต่งตั้ง
    1. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
    2. ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ
    3. การกลับเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับ 10
    4. ข้าราชการตำรวจ

1. เรื่อง การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ CEO

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ CEO ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแทนได้

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2544 มอบหมายให้กระทรวง ทบวง กรม และรัฐวิสาหกิจองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระนำความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ CEO ไปพิจารณาดำเนินการว่า จะสมควรมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ดำเนินการในเรื่องใดบ้าง เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ CEO ได้ แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รายงานผลตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวว่าสามารถมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ CBO ดำเนินการแทนได้


2. เรื่อง การจัดสรรเงินงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจัดเป็นเงินรางวัลประจำปีสำหรับสำนักงานศาลยุติธรรม

คณะรัฐมนตรีพิจารณาการจัดสรรเงินงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจัดเป็นเงินรางวัลประจำปีสำหรับสำนักงานศาลยุติธรรม ตามที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอแล้วมีมติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีคณะที่ 4 ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายปองพล อดิเรกสาร) เป็นประธานกรรมการฯ ที่อนุมัติหลักการในการจัดสรรเงินงบประมาณ เพื่อจัดเป็นเงินรางวัลประจำปี แก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและลูกจ้าง เฉพาะในส่วนของข้าราชการศาลยุติธรรมและลูกจ้างประจำในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมตามความเห็นของสำนักงาน ก.พ. ทั้งนี้ให้สำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงาน ก.พ. ร่วมกันพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียด เพื่อให้สอดคล้อง กับหลักการและแนวทางของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2544 สำหรับงบประมาณที่จะใช้จ่ายให้ตกลงกับสำนักงบประมาณต่อไป


3. เรื่อง การปรับอัตราเงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการตำรวจ

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการตำรวจได้ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งนักประดาน้ำ ตำแหน่งผู้ทำการในอากาศ และตำแหน่งนักโดดร่ม เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยด้านต่าง ๆ โดยยกเว้นมติคณะรัฐมนตรี (3 ตุลาคม 2543) เรื่อง มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคคลภาครัฐได้เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายในแต่ละปีเพื่อการนี้โดยไม่ต้องขอรับจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเกี่ยวกับมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคคลภาครัฐเป็นประการอื่นแล้ว สำหรับการปรับปรุงอัตราเงินเพิ่มพิเศษดังกล่าว ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 และในส่วนการพัฒนาปรับแผนการใช้จ่ายจากงบประมาณที่ได้รับโดยการขอเจียดจ่ายจากงบประมาณปกติให้ขอทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป

เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาเห็นว่าภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกับข้าราชการทหาร แต่ขณะที่ข้าราชการตำรวจได้รับค่าตอบแทนการเสี่ยงภัยต่ำกว่าข้าราชการทหาร จึงสมควรให้มีการปรับอัตราเงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนเป็นการรักษาบุคลากรให้คงไว้


4. เรื่อง การรายงานผลการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (โครงการรับซื้อลดเช็คเพื่อเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูการผลิตปี 2544/2545)

คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ รายงานผลการดำเนินงานเกี่ยวกับโครงการรับซื้อลดเช็คเพื่อเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูการผลิตปี 2544/2545

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานว่า คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายได้มีมติเห็นชอบร่างบันทึกข้อตกลง 3 ฝ่าย (สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) โครงการรับซื้อลดเช็คเพื่อเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูการผลิตปี 2544/2545 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย และธ.ก.ส.เสนอ เพื่อลงนามร่วมกันและถือปฏิบัติต่อไป โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

  1. กองทุนฯ ตกลงว่าจะออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้แก่ ธ.ก.ส. จำนวนไม่เกิน 1,200 ล้านบาท โดยเป็นเช็ค ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2546 เพื่อนำมาขายลดกับ ธ.ก.ส.
  2. กองทุนฯ ตกลงนำรายได้จากการแยกภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากราคาจำหน่ายน้ำตาลทรายที่ได้รับจากการนำส่งของโรงงานน้ำตาล ตามระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2543 ว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดเก็บเงินจากการจำหน่ายน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายสีรำ ภายในราชอาณาจักรเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2543 เข้าบัญชีกองทุนฯ ทุกเดือน ให้มีจำนวนเงินเพียงพอชำระหนี้ตามเช็คที่นำมาขายลดกับ ธ.ก.ส. ตามข้อ 1
  3. กองทุนฯ ตกลงนำเงินที่ได้รับตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ทั้งหมด ชำระหนี้ ที่เกิดขึ้นตามบันทึกข้อตกลงนี้และข้อตกลงอื่นให้แก่ ธ.ก.ส. ก่อนเจ้าหนี้อื่น
  4. ธ.ก.ส.ตกลงรับซื้อลดเช็คของกองทุนฯ ที่ออกให้แก่ ธ.ก.ส. จำนวนไม่เกิน 1,200 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. จะคิดส่วนลดรับในการซื้อลดเช็คดังกล่าวในอัตราร้อยละ 7 ต่อปี หาก ธ.ก.ส. ไม่ได้รับเงินตามเช็คเมื่อถึงกำหนด ธ.ก.ส. จะคิดเบี้ยปรับตามอัตราที่คณะกรรมการ ธ.ก.ส. กำหนด หรืออัตราเดียวกันกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของเกษตรกร ลูกค้าชั้นทั่วไปที่มีหนี้เงินกู้ค้างชำระ (ชั้น B+3)

5. เรื่อง รายงานสรุปการทำประชาพิจารณ์ประจำปี 2544

คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ รายงานสรุปการทำประชาพิจารณ์ประจำปี 2544 และให้ส่วนราชการต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการที่ปรึกษาว่าด้วยประชาพิจารณ์ต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรายงานว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาว่าด้วยประชาพิจารณ์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโดยวิธีประชาพิจารณ์ พ.ศ. 2539 ได้จัดทำรายงานสรุปการทำประชาพิจารณ์ประจำปี 2544 ของส่วนราชการต่าง ๆ พร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะมาเพื่อคณะรัฐมนตรีทราบ สรุปได้ดังนี้

1. สรุปการจัดทำประชาพิจารณ์พร้อมข้อสังเกต

2. ข้อเสนอแนะ


6. เรื่อง รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ 2544 ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้

  1. รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ 2544
    • 1.1 แนวทางการดำเนินงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้กำหนดไว้ 2 ด้าน ได้แก่
      • 1) ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเน้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามกลุ่มพื้นที่และความต้องการของตลาด โดยกำหนดกลยุทธ์เชิงพื้นที่และกลยุทธ์เชิงตลาด/กลุ่มตลาด ประกอบด้วย พื้นที่ท่องเที่ยวเสริม 7 กลุ่มพื้นที่ พื้นที่ท่องเที่ยวหลัก 8 จังหวัด พื้นที่ที่มีศักยภาพและเมืองชายแดน
      • 2) ด้านการตลาดได้กำหนดพื้นที่สินค้าและกลุ่มเป้าหมายการดำเนินงานด้านการตลาด โดยกำหนดกลยุทธ์เชิงพื้นที่ และกลยุทธ์การดำเนินงานด้านการตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ
    • 1.2 ผลการดำเนินงานในปี 2544 มีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเดินทางมาประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 10.06 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาในอัตราการเติบโตร้อยละ 5.82 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ (ในปี 2544 ททท. กำหนดเป้าหมายจะมีจำนวนนักท่องเที่ยว จำนวน 10.30 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.32) และมีรายได้เข้าประเทศประมาณ 294,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2543 ร้อยละ 3.06 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ (ในปี 2544 ททท. กำหนดเป้าหมายจะมีรายได้เข้าประเทศในรูปเงินตราต่างประเทศ เป็นจำนวน 320,000 ล้านบาท มีอัตราเพิ่มร้อยละ 12.22) ในส่วนของนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ปี 2544 เพิ่มขึ้นจากปี 2543 ร้อยละ 3 ซึ่งก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นเงินตราหมุนเวียนภายในประเทศประมาณ 269,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 15.43
    • 1.3 ผลการดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวปี 2540-2546 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการในโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม และทรัพยากรการท่องเที่ยวควบคู่กับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน การพัฒนาปัจจัยการให้บริการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว การส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านพัฒนาและส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวและการพัฒนาระบบเครือข่ายการคมนาคมขนส่ง การพัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ
  2. แผนปฏิบัติการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ 2545 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้กำหนดโครงการ/กิจกรรมที่จะดำเนินการไว้ในแผนปฏิบัติการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อใช้เป็นแผนในการปฏิบัติงานและรางานผลการดำเนินงาน รวม 16 โครงการ สรุปได้ดังนี้
    • 2.1 โครงการที่สนับสนุนและสอดคล้องกับภารกิจตามยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 จำนวน 15 โครงการ
    • 2.2 โครงการที่สนับสนุนและสอดคล้องกับภารกิจที่รัฐบาลมอบหมาย จำนวน 1 โครงการ

7. เรื่อง บันทึกข้อตกลงตามโครงการต่อต้านการฟอกเงินภายใต้กรอบการประชุมเอเชียและยุโรป

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรแห่งเกรทบริเตนและไอร์แลนด์เหนือ และคณะมนตรีแห่งประชาคมยุโรปว่าด้วยโครงการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามกรอบการประชุมเอเชีย - ยุโรป (อาเซม) [ASEM Anti - Money Laundering Project]

โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ลงนามบันทึกความตกลงดังกล่าวในช่วงต้นเดือนกันยายน 2545 ตามข้อเสนอของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (พลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา)


8. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกำหนดทุนขั้นต่ำและระยะเวลาในการนำหรือส่งทุนขั้นต่ำเข้ามาในประเทศไทย พ.ศ. ....และร่างกฎกระทรวงกำหนดเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. .... รวม 2 ฉบับ

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วให้ดำเนินการต่อไปได้ ร่างกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ ได้แก่

1. ร่างกฎกระทรวงกำหนดทุนขั้นต่ำและระยะเวลาในการนำหรือส่งทุนขั้นต่ำเข้ามาในประเทศไทย พ.ศ. .... มีสาระสำคัญดังนี้

2. ร่างกฎกระทรวงกำหนดเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. .... มีสาระสำคัญดังนี้


9. เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

คณะรัฐมนตรีพิจารณาความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาฯ เสนอ แล้วมีมติไม่เห็นชอบความเห็นของสภาที่ปรึกษาฯ ตามความเห็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้คงดำเนินการ

ร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไปได้ โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปดำเนินการจัดทำรายงานผลการพิจารณา หรือผลการดำเนินงานของคณะรัฐมนตรีเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนาม แล้วแจ้งให้ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและเปิดเผยเหตุผลให้สาธารณชนทราบ ส่วนความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาฯ เกี่ยวกับระบบและแนวทางปฏิรูปสหกรณ์ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำความเห็นเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อดำเนินการตามนัยมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2543 ต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาความเห็นของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแล้ว ไม่เห็นชอบด้วย โดยมีเหตุผล ดังนี้

  1. ตามที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เสนอให้แก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ให้มีสัดส่วนผู้แทนภาครัฐต่อผู้แทนสหกรณ์ เป็น 21 ต่อ 24 นั้น เห็นว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีเจตนารมณ์ที่ต้องการให้สหกรณ์มีส่วนร่วมในขบวนการสหกรณ์มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการขอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ในมาตรา 9 ที่เพิ่มจำนวนผู้แทนสหกรณ์ให้เข้ามาเป็นกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติมากขึ้น ในสัดส่วนผู้แทนภาครัฐ จำนวน 15 คน ผู้แทนภาคสหกรณ์ 11 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว
  2. ประเด็นขอให้พิจารณาเพิ่มเติมรองนายทะเบียนสหกรณ์อีก 1 คน จากผู้แทนสหกรณ์ โดยการแต่งตั้งของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ เห็นว่า โดยหลักการนายทะเบียนสหกรณ์และรองนายทะเบียนสหกรณ์เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับปฏิบัติ มีอำนาจหน้าที่กำกับและส่งเสริมสหกรณ์ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ประกอบกับมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายบางประการในลักษณะการให้คุณให้โทษแก่เอกชน ดังนั้น ด้วยเหตุดังกล่าว รองนายทะเบียนสหกรณ์จึงต้องเป็นผู้แทนจากภาครัฐ
  3. ประเด็นขอให้คงบทบัญญัติเดิมไว้ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 โดยไม่สมควรแก้ไข เห็นว่า การขอแก้ไขในมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ได้ขอแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะ (3) ซึ่งมิใช่เป็นกรณีทุจริตจะแตกต่างจากที่กำหนดในมาตรา 52 (1) (2) และ (4) ซึ่งจะเป็นกรณีการทุจริต เหตุผลเนื่องจากเพื่อให้โอกาสแก่กรรมการที่เคยถูกคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการ โดยมิใช่กรณีทุจริต สามารถมีโอกาสลงสมัครเพื่อรับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ เมื่อพ้นสิบปีแล้ว การเปิดโอกาสไว้เช่นนี้ มิใช่ว่าบุคคลนั้นจะสามารถเป็นกรรมการของสหกรณ์ได้ทันที หากไม่ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่แล้ว บุคคลนั้นก็ไม่สามารถเข้ามาเป็นกรรมการของสหกรณ์ได้

10. เรื่อง รายงานผลการเบิกจ่ายเงินภาครัฐประจำเดือนกรกฎาคม 2545

คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ รายงานสรุปผลการเบิกจ่ายเงินภาครัฐในปีงบประมาณ พ.ศ. 2545 ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2545 ดังนี้

  1. งบประมาณ
    • 1.1 การเบิกจ่ายเงินในภาพรวม ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว 748,861 ล้านบาท หรือร้อยละ 73.20 ของวงเงินงบประมาณ (1,023,000 ล้านบาท) สูงกว่าการเบิกจ่ายในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ของปีงบประมาณก่อนจำนวน 105,951 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.55
    • 1.2 การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ จำแนกตามลักษณะเศรษฐกิจ ผลการเบิกจ่ายจำแนกตามลักษณะเศรษฐกิจ (ประจำ/ลงทุน) ปรากฏว่ามีการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำ 600,037 ล้านบาท หรือร้อยละ 79.32 ของงบประมาณรายจ่ายประจำ (756,458 ล้านบาท) และรายจ่ายลงทุน 148,824 ล้านบาท หรือร้อยละ 55.83 ของงบประมาณรายจ่ายลงทุน (266,542 ล้านบาท)
    • 1.3 การเบิกจ่ายงบลงทุนของหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 26 แห่ง ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 26 แห่ง มีจำนวน 107,130 ล้านบาท หรือร้อยละ 66.40 ของงบประมาณรายจ่ายลงทุนในกลุ่มนี้ (161,342 ล้านบาท) โดยหน่วยงานที่มีอัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนต่ำสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรมอนามัย กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และกรมประมง โดยมีอัตราการเบิกจ่ายเท่ากับร้อยละ 24.60 27.57 32.89 34.46 และ 38.81 ตามลำดับ
    • 1.4 การเบิกจ่ายเงินงบประมาณของโครงการถ่ายโอนงาน/กิจกรรมสาธารณะให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลการเบิกจ่ายเงินโครงการถ่ายโอนฯ มีจำนวน 22,545 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.30 ของวงเงินงบประมาณโครงการถ่ายโอนฯ (27,065 ล้านบาท) แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 12,096 ล้านบาท หรือร้อยละ 98.70 ของงบประมาณรายจ่ายประจำ (12,254 ล้านบาท) และรายจ่ายลงทุน 10,449 ล้านบาท หรือร้อยละ 70.55 ของงบประมาณรายจ่ายลงทุน (14,811 ล้านบาท)
    • 1.5 การเบิกจ่ายเงินงบประมาณงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายสำรองกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลการเบิกจ่ายเงินงบกลางฯ มีจำนวน 11,311 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.55 ของวงเงินงบประมาณที่ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี จำนวน 30,946 ล้านบาท โครงการที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินเลย มีจำนวน 8 โครงการ วงเงิน 10,864 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35.11 ของวงเงินงบประมาณที่ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และโครงการที่เบิกจ่ายต่ำกว่าร้อยละ 50 มีจำนวน 23 โครงการ วงเงิน 9,183 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 29.67 ของวงเงินงบประมาณที่ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
  2. เงินนอกงบประมาณ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียนมีการเบิกจ่ายเงินจำนวน 92 กองทุน เป็นเงิน 105,589 ล้านบาท หรือร้อยละ 83.89 ของแผนการใช้จ่ายเงินจำนวน 125,861 ล้านบาท
  3. เงินกู้ต่างประเทศ เงินกู้ต่างประเทศมีการเบิกจ่ายแล้ว 38,326 ล้านบาท หรือร้อยละ 76.06 ของแผนการใช้จ่ายเงินกู้ต่างประเทศจำนวน 50,388 ล้านบาท
  4. เงินของรัฐวิสาหกิจ เงินของรัฐวิสาหกิจมีการเบิกจ่ายแล้ว 1,109,290 ล้านบาท แบ่งเป็นงบทำการ 1,021,500 บาท และงบลงทุน 87,790 ล้านบาท โดยในส่วนของงบลงทุนเป็นการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจจำนวน 29 แห่ง (ไม่รวมรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน)
  5. ผลการเบิกจ่ายเงินภาครัฐ ผลการเบิกจ่ายเงินภาครัฐตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2545 ปรากฏว่ามีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ 748,861 ล้านบาท เงินนอกงบประมาณ 105,589 ล้านบาท เงินกู้ต่างประเทศ 38,326 ล้านบาท และเงินของรัฐวิสาหกิจ 1,109,290 ล้านบาท ซึ่งเมื่อหักรายการซ้ำซ้อนจำนวน 102,237 ล้านบาทแล้ว ทำให้การเบิกจ่ายเงินภาครัฐตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2545 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,899,829 ล้านบาท หรือร้อยละ 80.19 วงเงินภาครัฐจำนวน 2,369,124 ล้านบาท

11. เรื่อง การดำเนินคดีปกครองและการดำเนินคดีแพ่งในชั้นอนุญาโตตุลาการ

คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดเสนอ การดำเนินคดีปกครองและการดำเนินคดีแพ่งในชั้นอนุญาโตตุลาการ ตามมติของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 6 ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายกร ทัพพะรังสี) เป็นประธานกรรมการฯ ดังนี้

  1. อนุมัติให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นคู่กรณีในคดีปกครอง หากมีเจ้าหน้าที่หรือนิติกรที่มีความรู้ความสามารถอยู่แล้วก็ให้ดำเนินคดีปกครองเองได้ แต่ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่หรือนิติกรดังกล่าว ให้ทำความตกลงกับพนักงานอัยการให้ดำเนินคดีแทนโดยเร่งด่วน หากเป็นกรณีที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ก็ให้ว่าจ้างทนายความผู้เชี่ยวชาญได้ โดยขอความเห็นชอบจากอัยการสูงสุดหรือผู้แทนที่อัยการสูงสุดมอบหมาย และหากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณในเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย
  2. อนุมัติให้หน่วยงานของรัฐที่มีข้อพิพาทในคดีแพ่งที่ต้องใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทก่อนนำคดีขึ้นสู่ศาล ให้พนักงานอัยการเป็นผู้ดำเนินคดีแทนได้ในชั้นอนุญาโตตุลาการ หรือให้ว่าจ้างทนายความดำเนินคดีแทนได้ ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบจากอัยการสูงสุดหรือผู้แทนที่อัยการสูงสุดมอบหมาย และหากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณในเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย

12. เรื่อง การเตรียมการเพื่อจัดประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม ครั้งที่ 11

คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามข้อเสนอของสำนักงานอัยการสูงสุด เกี่ยวกับการเตรียมการเพื่อจัดประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม ครั้งที่ 11 แล้วมีมติ ดังนี้

  1. รับทราบมติที่ประชุมของคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด สมัยที่ 11 ระหว่างวันที่ 16 - 25 เมษายน 2545 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมฯ ครั้งที่ 11 ในปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548)
  2. มอบหมายให้สำนักงานอัยการสูงสุดและกระทรวงการต่างประเทศร่วมรับผิดชอบในการต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่ของศูนย์ป้องกันอาชญากรรมระหว่างประเทศ รวมทั้งเตรียมการจัดประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมฯ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดและกระทรวงการต่างประเทศ จักได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานบุคลากรและประมาณการค่าใช้จ่าย ซึ่งจะต้องใช้ในการเตรียมการจัดประชุมสหประชาชาติดังกล่าว เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในโอกาสต่อไป
  3. อนุมัติให้ใช้ค่าใช้จ่ายในการต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่เตรียมการจัดประชุมจากสหประชาชาติที่จะเดินทางมาประเทศไทยในเดือนกันยายน 2545 ทั้งนี้ โดยใช้เงินจากงบประมาณกลางของปีงบประมาณ 2545 เนื่องจากเป็นกรณีจำเป็นและเร่งด่วน เป็นเงินจำนวน 3,914,750 บาท

13. เรื่อง การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เป็นผู้ลงนามในพิธีสารแก้ไข CEPT Agreement และปฏิญญารัฐมนตรีว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (Ministerial Declaration on the AFTA-CER Closer Economic Partnership) และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำหนังสือมอบอำนาจ (full power) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ลงนามในพิธีสารฯ และปฏิญญารัฐมนตรีฯ


14. เรื่อง รายการอ่อนไหว (SL) สำหรับการเปิดเสรีทุกอุตสาหกรรม และการประติบัติเยี่ยงคนชาติของภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ป่าไม้ ประมง และเหมืองแร่ และแนวทางการเร่งระยะเวลาการเปิดเสรีสำหรับนักลงทุนนอกอาเซียนภายใต้ความตกลงว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียน (AIA)

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน รายการอ่อนไหว (SL) สำหรับการเปิดเสรีทุกอุตสาหกรรม และการประติบัติเยี่ยงคนชาติของภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ป่าไม้ ประมง และเหมืองแร่ และแนวทางการเร่งระยะเวลาการเปิดเสรีสำหรับนักลงทุนนอกอาเซียนภายใต้ความตกลงว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียน (AIA) เพื่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจะใช้เป็นท่าทีของประเทศไทยในการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียน (AIA Council) ครั้งที่ 5 ในวันที่ 11 กันยายน 2545 ณ ประเทศบรูไน

ความตกลงว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียนมีกำหนดเปิดเสรีการลงทุนทุกประเภทอุตสาหกรรม (Opening Up of Industries) และให้การประติบัติเยี่ยงคนชาติ (National Treatment) สำหรับนักลงทุนอาเซียนในปี พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) และสำหรับนักลงทุนนอกกลุ่มอาเซียนภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) สำหรับประเทศสมาชิกเดิม 6 ประเทศ ได้เร่งระยะเวลาการดำเนินการเปิดเสรีในภาคการผลิตสำหรับนักลงทุนอาเซียน เป็นปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ซึ่งในการขอสงวนประเภทกิจการและมาตรการที่แต่ละประเทศสมาชิกยังไม่พร้อมที่จะเปิดเสรีภายใต้กรอบเวลาสามารถทำได้ โดยจำแนกเป็น 3 ประเภท

  1. รายการขอสงวนชั่วคราว (Temporary Exclusion List-TEL) คือรายการประเภทอุตสาหกรรมหรือมาตรการที่แต่ละประเทศอาเซียนยังไม่สามารถเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้อย่างเสรีเป็นการชั่วคราว แต่จะต้องเปิดเสรีภายในปี พ.ศ. 2553 (2010)
  2. รายการอ่อนไหว (Sensitive List-SL) คือ รายการประเภทอุตสาหกรรมหรือมาตรการที่แต่ละประเทศอาเซียนยังไม่สามารถเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้อย่างเสรีโดยไม่มีกรอบเวลา แต่ AIA Council จะมีการทบทวนรายการ SL ภายในวันที่ 1 มกราคม 2546 (2003) และมีการทบทวนเป็นระยะ ๆ
  3. รายการยกเว้นทั่วไป (General Exception List-GEL) หมายถึงประเภทกิจการที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ คุณค่าทางวัฒนธรรม ศีลธรรม ชีวิตมนุษย์ สัตว์ และพืช ประเทศสมาชิกสามารถขอสงวนได้เป็นการถาวร ประเทศไทยได้เสนอรายการกิจการภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเป็นรายการอ่อนไหว (SL) เพียงอย่างเดียว เพื่อไม่ต้องมีกำหนดเปิดเสรี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจึงได้จัดทำร่างรายการประเภทกิจการที่จะขอสงวนสำหรับภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ประมง ป่าไม้ เหมืองแร่ เป็นรายการอ่อนไหวเช่นเดียวกับภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดยได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว เนื่องจาก
    • เป็นการสอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ ที่กำหนดให้กิจการด้านบริการเป็นกิจการในบัญชี 3 ซึ่งต้องขออนุญาตจากอธิบดีกรมทะเบียนการค้าก่อน เนื่องจากเป็นกิจการที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน
    • ภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคต่าง ๆ เป็นกิจการที่มีความซับซ้อน และอาจมีการบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงเป็นท่าทีที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยจะยื่นเฉพาะรายการอ่อนไหว (SL) ซึ่งไม่มีกำหนดเปิดเสรีสำหรับภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคต่าง ๆ ทั้งหมด
    • ประเทศสมาชิกอาเซียนก็ยื่นเฉพาะรายการอ่อนไหว (SL) สำหรับภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิต เกษตร ป่าไม้ ประมง และเมืองแร่ เช่นกัน
    • เป็นการสอดคล้องกับการเปิดเสรีภาคบริการภายใต้ WTO ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้เสนอผูกพันเปิดเสรีภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิต การเกษตร ป่าไม้ ประมง และเหมืองแร่อย่างเต็มที่

แนวทางการเร่งระยะเวลาการเปิดเสรีสำหรับนักลงทุนนอกอาเซียนภายใต้ความตกลงว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียน (AIA) สามารถสรุปเป็นท่าทีของประเทศไทยในการประชุม AIA Council ครั้งที่ 5 ในวันที่ 11 กันยายน 2545 ณ ประเทศบรูไน ได้ดังนี้

  1. ประเทศไทยจะจัดทำรายการ TEL และ SL เฉพาะภาคการเกษตรเป็น 2 ชุด โดยจะย้ายการทำกิจการเพาะขยายหรือปรับปรุงพันธุ์พืชจาก TEL เข้ามาอยู่ใน SL
  2. สำหรับภาคการผลิต ป่าไม้ ประมง เหมืองแร่ และภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เกษตร ป่าไม้ ประมง เหมืองแร่ ประเทศไทยจะมี TEL และ SL เพียงชุดเดียว ใช้สำหรับทั้งนักลงทุนอาเซียนและนักลงทุนนอกอาเซียน
  3. เห็นควรรวมภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับ 5 ภาค (ภาคการผลิต เกษตร ป่าไม้ ประมง และเหมืองแร่) เข้ามาในกระบวนการเร่งเปิดเสรีสำหรับนักลงทุนนอกอาเซียนในปี ค.ศ. 2010

15. เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (นโยบายแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย : ปัญหาและแนวทางการแก้ไข)

คณะรัฐมนตรีรับทราบความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (นโยบายแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย : ปัญหาและแนวทางการแก้ไข) ตามที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ผ่านสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (นายอานันท์ ปันยารชุน) ได้เสนอผลการศึกษา เกี่ยวกับนโยบายแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย : ปัญหาและแนวทางการแก้ไข เพื่อให้ความเห็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรีโดยสรุป ดังนี้

  1. กำหนดเป้าหมายเชิงนโยบายของรัฐ โดยอนุญาตให้จ้างแรงงานต่างด้าวโดยถูกต้องตามกฎหมายในจำนวนที่สอดคล้องกับความจำเป็นที่แท้จริง และไม่กระทบต่อปัญหาความมั่นคงและสังคม ขจัดปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองให้เหลือน้อยที่สุด และมีระบบการบริหารจัดการการแจ้งแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่เป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ
  2. กำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินการทั้งระยะสั้นควบคู่กับระยะยาว ดังนี้
    • 2.1 นโยบายและมาตรการระยะสั้น
      • จำกัดจำนวน ประเภท อาชีพ พื้นที่การจ้างงาน
      • ดำเนินการผลักดันแรงงานต่างด้าวที่นอกเหนือจากจำนวนที่ได้รับอนุญาต
      • บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเกี่ยวกับการควบคุม
      • จัดให้มีองค์กรกลางระดับชาติที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีอำนาจในการวางระบบการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองในลักษณะองค์รวม สามารถจัดทำและบริหารงานงบประมาณได้ด้วยตนเอง
      • กระจายอำนาจในการควบคุม กำกับ ดูแล สู่ระดับจังหวัด โดยการมีส่วนร่วมของทั้งภาคราชการ เอกชน
      • ส่งเสริมและให้มาตรการจูงใจในการจ้างแรงงานไทยทดแทนแรงงานต่างด้าว
    • 2.2 นโยบายและมาตรการระยะยาวที่ควรกำหนดไว้ในแผนแม่บท
      • จัดการนำเข้าแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยกำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีการที่ชัดเจน
      • ศึกษาวิจัยตลาดแรงงานและส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยี
      • ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบทุกเรื่องที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
      • สนับสนุนการลงทุนของไทยในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดแรงกดดันการลักลอบเข้ามาทำงานในเมืองไทย
      • สร้างแรงจูงใจ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือภาคประชาชนทั่วประเทศ

16. เรื่อง รายงานผลการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 9

คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานผลการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 9 ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมในการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 24 - 25 สิงหาคม 2545 ณ เมือง Acapulco ประเทศเม็กซิโก และในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเอเปคข้างต้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการเจรจาหารือระดับทวิภาคีกับผู้แทนของสหรัฐฯ ไชนีส ไทเป ชิลี และแคนาดา สรุปผลการประชุม และการเจรจาระดับทวิภาคีดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. ผลการประชุมรัฐมนตรีเอเปค

รัฐมนตรีเอเปคต่างเห็นพ้องกันว่า วิสาหกิจขนาดเล็กและ SMEs มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในภูมิภาคนี้ ในการประชุมครั้งนี้ได้กำหนดหัวข้อหลักของการหารือ คือ "การกระจายผลประโยชน์จากความร่วมมือแก่ SMEs (Expanding the Benefits of Cooperation for SMEs)" โดยมีประเด็นสำคัญ 3 ประการ คือ

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การพัฒนาของรัฐบาลไทยมีการแข่งขันของประเทศในระดับสากล เน้นความสำคัญในการพัฒนา SMEs เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยไทยมีการดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ SMEs และวิสาหกิจรายย่อย การจัดตั้งธนาคาร SMEs รวมทั้งการประกันสินเชื่อการจัดตั้งธนาคารประชาชนเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดเล็ก การจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ การกำหนดแผนแม่บทการพัฒนา SMEs โครงการพัฒนาผู้ประกอบการ และโครงการชุบชีวิตธุรกิจไทย

2. การเจรจาระดับทวิภาคี


17. เรื่อง ท่าทีไทยในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 57

คณะรัฐมนตรีอนุมัติท่าทีไทยในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 57 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  1. องค์การสหประชาชาติจะจัดการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 57 ระหว่างวันที่ 10 กันยายน - เดือนธันวาคม 2545 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาตินครนิวยอร์ก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมดังกล่าว โดยจะมีพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายน 2545 หลังจากนั้นจะมีการอภิปรายทั่วไปโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 - 15 กันยายน และวันที่ 17 - 20 กันยายน 2545 และการประชุมคณะกรรมการต่าง ๆ ของสมัชชาฯ จนสิ้นสุดสมัยประชุมสามัญในเดือนธันวาคม 2545
  2. กระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำเอกสารท่าทีไทยเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับคณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมการประชุมสมัชชาฯ ตลอดสมัยการประชุมดังเช่นที่เคยปฏิบัติเป็นประจำทุกปี โดยเอกสารดังกล่าวประกอบด้วยท่าทีของไทยในระเบียบวาระที่ไทยให้ความสำคัญ และมีผลกระทบต่อไทยในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำเอกสารท่าทีไทยดังกล่าวโดยได้ประชุมหารือกับส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบการประชุมคณะกรรมการประสานงานด้านสหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ และองค์การต่างประเทศแล้ว

18. เรื่อง แต่งตั้ง

1. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ ให้แต่งตั้ง นายนิสสัย เวชชาชีวะ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ แทน นายมารค ตามไท ที่ลาออก ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2545 เป็นต้นไป

2. ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ให้แต่งตั้ง นางกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อธิบดีกรมสามัญศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ และให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งเดิม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป

3. การกลับเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับ 10

คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งลงโทษไล่ นายวีรพล ดวงสูงเนิน ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2544 เป็นต้นไปแล้ว และให้กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ตรวจราชการ 10) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2545 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ นายวีรพล ดวงสูงเนิน ได้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษ และก.พ.ได้พิจารณาแล้ว มีมติให้รายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการให้สำนักนายกรัฐมนตรียกเลิกคำสั่งลงโทษดังกล่าว แล้วให้ทำทัณฑ์บน นายวีรพล ดวงสูงเนิน เป็นหนังสือและสั่งให้ นายวีรพล ดวงสูงเนิน กลับเข้ารับราชการต่อไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายปองพล อดิเรกสาร) สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาแล้วสั่งการให้สำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการตามมติ ก.พ. ดังกล่าว

4. ข้าราชการตำรวจ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติการคัดเลือกแต่งตั้งตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ ข้าราชการตำรวจลำดับที่ 1-164 จำนวน 164 ราย เห็นควรนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามนัยมาตรา 24(8) ถึง (11) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 6 แห่งประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 38 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป

ลำดับที่ 165 - 170 จำนวน 6 ราย เป็นกรณีที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งดำรงตำแหน่งนายตำรวจราชสำนักประจำแล้ว และลำดับที่ 171 - 175 จำนวน 5 ราย เป็นกรณีการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทดแทน พลตำรวจโท นภดล สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะได้รับโอนเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดกระทรวงยุติธรรม และนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ดังนี้

  1. พลตำรวจโท ธวัชชัย ภัยลี้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  2. พลตำรวจโท บุญฤทธิ์ รัตนะพร ผู้บัญชาการ สำนักงานวิทยาการตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  3. พลตำรวจโท ปทีป ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการ สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  4. พลตำรวจโท พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจสันติบาล ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  5. พลตำรวจโท ชาญวุฒิ วัชรพุกก์ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ (สบ 9) ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  6. พลตำรวจโท จุมพล มั่นหมาย ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3 ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจสันติบาล
  7. พลตำรวจโท เฉลิมเดช ชมพูนุท ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
  8. พลตำรวจโท นาวิน สิงหะผลิน จเรตำรวจ (สบ 9) ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 6
  9. พลตำรวจโท ประกาศ ศาตะมาน ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงานวิทยาการตำรวจ
  10. พลตำรวจโท ปรุง บุญผดุง ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  11. พลตำรวจโท อินธเดช พรพีรพาน ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5
  12. พลตำรวจตรี กว้าง ชาญศิลป์ รองผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพล ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
  13. พลตำรวจตรี จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  14. พลตำรวจตรี ดำรงศักดิ์ นิลคูหา รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล
  15. พลตำรวจตรี มงคล กมลบุตร รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ (สบ 9)
  16. พลตำรวจตรี วงกต มณีรินทร์ รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
  17. พลตำรวจตรี สุรเทพ ช่วงงาม รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 4 ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  18. พลตำรวจตรี สิทธิศักดิ์ อินทร์ถมยา รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3 ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
  19. พลตำรวจตรี อำนวย ดิษฐกวี รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  20. พลตำรวจตรี อุกฤษฎ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงานแผนงานและงบประมาณ
  21. พลตำรวจตรี อัมรินทร์ เนียมสกุล รองผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจสันติบาล ดำรงตำแหน่ง จเรตำรวจ (สบ 9)
  22. พลตำรวจตรี ชัยยันต์ มะกล่ำทอง รองผู้บัญชาการ สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 9
  23. พลตำรวจตรี จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
  24. พลตำรวจตรี วชิระ ทองวิเศษ รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
  25. พลตำรวจตรี วราสิทธิ์ พรเลิศ รองจเรตำรวจ (สบ 8) ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  26. พลตำรวจตรี วิโรจน์ พหลเวชช์ รองผู้บัญชาการ สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจสันติบาล
  27. พลตำรวจตรี กิตติธัช เรือนทิพย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
  28. พลตำรวจตรี ชัยณรงค์ วัชรานันท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
  29. พลตำรวจตรี จิโรจน์ ไชยจิต ผู้ช่วยจเรตำรวจ (สบ 7) ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ สำนักงานแผนงานและงบประมาณ
  30. พลตำรวจตรี เดชไชยวัฒน์ พวงพัฒน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 8 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  31. พลตำรวจตรี ธีรยุทธ กิติวัฒน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพล ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพล
  32. พลตำรวจตรี ประชิน วารี ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
  33. พลตำรวจตรี ประเสริฐ จันทรอินทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 9 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
  34. พลตำรวจตรี ปรัชญา สุทธปรีดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 7 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
  35. พลตำรวจตรี พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ สำนักงานแผนงานและงบประมาณ
  36. พลตำรวจตรี พูลสวัสดิ์ ลาลาภ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง รองจเรตำรวจ (สบ 8)
  37. พลตำรวจตรี ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  38. พลตำรวจตรี วิโรจน์ จันทรังษี ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล
  39. พลตำรวจตรี ศิริชัย วัฒนวรางกูร ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
  40. พลตำรวจตรี สถาพร ดวงแก้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง
  41. พลตำรวจตรี สมรวย จันทร์ถาวร ผู้ช่วยจเรตำรวจ (สบ 7) ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 2
  42. พลตำรวจตรี สมศักดิ์ พิศุทธิสุวรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 4 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
  43. พลตำรวจตรี สุรศักดิ์ สุทธารมณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล
  44. พลตำรวจตรี สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  45. พลตำรวจตรี เสวก วัฒนกิจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจสันติบาล ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจสันติบาล
  46. พลตำรวจตรี อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล
  47. พลตำรวจตรี เจตน์ มงคลหัตถี ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1
  48. พลตำรวจตรี สุขุม เทียมกลิ่น ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2
  49. พลตำรวจตรี ชาตรี เพ็ชร์คำ ผู้บังคับการ กองพิจารณาความผิดและการกำหนดโทษ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยจเรตำรวจ (สบ 7)
  50. พลตำรวจตรี โชคดี อานุภาพเดชา ผู้บังคับการ กองทะเบียนพล ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
  51. พลตำรวจตรี จรัมพร สุระมณี ผู้บังคับการ กองตำรวจรถไฟ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  52. พลตำรวจตรี ดุสิตสันต์ เถระพัฒน์ ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล
  53. พลตำรวจตรี ดิเรก มโนลีหกุล ผู้บังคับการ กองตำรวจสันติบาล 1 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจสันติบาล
  54. พลตำรวจตรี เถลิงศักดิ์ สุคนธมาน ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยจเรตำรวจ (สบ 7)
  55. พลตำรวจตรี ทวีเกียรติ สุวรรณทรรภ ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 5 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5
  56. พลตำรวจตรี ธงชัย ขำสุวรรณ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา
  57. พลตำรวจตรี ธงชัย พุ่มชุมพล ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
  58. พลตำรวจตรี บุญชอบ คงน้อย ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
  59. พลตำรวจตรี ปรีชา ปลดริปู ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8
  60. พลตำรวจตรี พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผู้บังคับการ กองงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานแผนงานและงบประมาณ
  61. พลตำรวจตรี พีระ เมฆวิชัย ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
  62. พลตำรวจตรี ยงยุทธ เตียวตระกูล ผู้บังคับการ กองตรวจคนเข้าเมือง 2 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  63. พลตำรวจตรี รชต เย็นทรวง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
  64. พลตำรวจตรี ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2
  65. พลตำรวจตรี วิชัช คงสุวรรณ ผู้บังคับการ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
  66. พลตำรวจตรี วิเชียร สิงห์ปรีชา ผู้บังคับการ ประจำกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  67. พลตำรวจตรี สมชัย เจริญทรัพย์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
  68. พลตำรวจตรี สมชาย สุทธิไวยกิจ ผู้บังคับการ กองบังคับการสอบสวน ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
  69. พลตำรวจตรี สุชัย สุขพันธ์โพธาราม ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง
  70. พลตำรวจตรี สุพจน์ สิริพูน ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
  71. พลตำรวจตรี สุรศักดิ์ ไชยโกมินทร์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานแผนงานและงบประมาณ
  72. พลตำรวจตรี สุรสีห์ สุนทรศารทูล ผู้บังคับการ กองวิจัยและพัฒนา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3
  73. พลตำรวจตรี สุเทพ สุทธิวรา ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 9
  74. พลตำรวจตรี สันติ จิตต์จารึก ผู้บังคับการ โรงพยาบาลตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7)
  75. พลตำรวจตรี อรุณ นาคเสน ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานตำรวจสันติบาล ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจสันติบาล
  76. พลตำรวจตรี อาจิณ โชติวงศ์ ผู้บังคับการ กองวิชาการ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพล
  77. พลตำรวจตรี เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  78. พลตำรวจตรี กมล แก้วสุวรรณ ผู้บังคับการ กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 3
  79. พลตำรวจตรี ชลอศักดิ์ อาษา ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ
  80. พลตำรวจตรี ชัยเทพ ยิ้มละมัย ผู้บังคับการ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองตรวจคนเข้าเมือง 2
  81. พลตำรวจตรี เชิดชัย ปวโรภาส ผู้บังคับการ ประจำกองบัญชาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์
  82. พลตำรวจตรี จุตติ ธรรมมโนวานิช ผู้บังคับการ กองวินัย ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองวิชาการ
  83. พลตำรวจตรี เจตนากร นภีตะภัฎ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง
  84. พลตำรวจตรี คัคคพงศ์ ศรีพาณิชย์ ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานวิทยาการตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองตำรวจสันติบาล 1
  85. พลตำรวจตรี เฉลิมพล สุขทวี ผู้บังคับการ กองตำรวจสื่อสาร ดำรงตำแหน่ง นักบิน (สบ 6) กองบินตำรวจ
  86. พลตำรวจตรี เดชาวัต รามสมภพ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี
  87. พลตำรวจตรี ทวีพร นามเสถียร ผู้บังคับการ ส่วนตรวจราชการ 3 สำนักงานจเรตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร
  88. พลตำรวจตรี ทแกล้ว เดชดำรง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี
  89. พลตำรวจตรี ธนากร ศิริอัฐ ผู้บังคับการ กองบังคับการสนับสนุนตำรวจตระเวนชายแดน ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3
  90. พลตำรวจตรี นิพนธ์ ภุมรินทร์ ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ
  91. พลตำรวจตรี ปกรณ์ เภากัน ผู้บังคับการ กองบังคับการวิชาการ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการ อำนวยการตำรวจภูธรภาค 7
  92. พลตำรวจตรี ประจิม ลิ่มสุวรรณ์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี
  93. พลตำรวจตรี ประจักษ์ มุสิกสุคนธ์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล
  94. พลตำรวจตรี เผด็จ ทะละวงศ์ ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 6
  95. พลตำรวจตรี พิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้บังคับการ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานตำรวจสันติบาล
  96. พลตำรวจตรี พินิจ ศรีสรานุกรม ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดสุรินทร์
  97. พลตำรวจตรี มหัคฆพันธ์ สุรคุปต์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดนครราชสีมา
  98. พลตำรวจตรี ยศ ละม่อม ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดอุดรธานี
  99. พลตำรวจตรี รุ่งโรจน์ เภกะนันทน์ ผู้บังคับการ ส่วนตรวจราชการ 1 สำนักงานจเรตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  100. พลตำรวจตรี วินัย นิลศรี ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1
  101. พลตำรวจตรี วิเชียร พูลทรัพย์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดศรีสะเกษ
  102. พลตำรวจตรี วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 9 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา
  103. พลตำรวจตรี ศิริพงศ์ อ่องแสงคุณ ผู้บังคับการ ศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการ ตำรวจจราจร
  104. พลตำรวจตรี สมคิด บุญถนอม ผู้บังคับการ กองตำรวจทางหลวง ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการ อำนวยการ สำนักงานวิทยาการตำรวจ
  105. พลตำรวจตรี สมาน พรมมา ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 4 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม
  106. พลตำรวจตรี สมาน สุวัฑฒนะ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดสมุทรปราการ
  107. พลตำรวจตรี สุกิจ อุดมเศรษฐ์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดขอนแก่น
  108. พลตำรวจตรี สุทัศน์ แช่มประสิทธิ์ ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 8 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 4
  109. พลตำรวจตรี สุวัฒน์ กรึงไกร ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดลำปาง
  110. พลตำรวจตรี สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดสงขลา
  111. พลตำรวจตรี เสถียร จันทร์สว่าง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  112. พลตำรวจตรี อังกูร อาทรไผท ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองตำรวจทางหลวง
  113. พันตำรวจเอก เกษียร วรศิริ รองผู้บังคับการ กองวิจัยและพัฒนา ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองวิจัยและพัฒนา
  114. พันตำรวจเอก โกศล พัวเวส รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดนครนายก
  115. พันตำรวจเอก โกสินทร์ หินเธาว์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7
  116. พันตำรวจเอก ชาครีย์ นาคประไพ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ
  117. พันตำรวจเอก ชัยยศ บัวทรัพย์ รองผู้บังคับการ ชุดตรวจงานอำนวยการ ส่วนตรวจราชการ 2 สำนักงานจเรตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ส่วนตรวจราชการ 2 สำนักงานจเรตำรวจ
  118. พันตำรวจเอก เชิด ชูเวช รองผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 3 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร
  119. พันตำรวจเอก จิรสิทธิ์ มหินทรเทพ รองผู้บังคับการ กองตำรวจทางหลวง ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 9
  120. พันตำรวจเอก เฉลิมชัย จงศิริ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดหนองบัวลำภู
  121. พันตำรวจเอก เฉลิมพล ศรีสมโพธิ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี
  122. พันตำรวจเอก ดำริห์ โชติเศรษฐ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม
  123. พันตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองทะเบียนพล
  124. พันตำรวจเอก ถวิล แจ่มอุลิตรัตน์ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี
  125. พันตำรวจเอก ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองศาสตราจารย์ (สบ 5) ภาควิชาการบริหารงานตำรวจ ส่วนวิชาการ บริหารงานตำรวจ กองบังคับการวิชาการ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการบริการการศึกษา
  126. พันตำรวจเอก ธวัชชัย เทียมทัน รองผู้บังคับการ กองตำรวจน้ำ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  127. พันตำรวจเอก นิยม กลั่นกลิ่นหอม รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดแพร่
  128. พันตำรวจเอก นันทวุธ นพคุณ รองผู้บังคับการ ประจำกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ประจำกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  129. พันตำรวจเอก บุญส่ง พานิชอัตรา รองผู้บังคับการ ชุดสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง 1 ส่วนสืบสวนสอบสวน ข้อเท็จจริง สำนักงานจเรตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ส่วนตรวจราชการ 3 สำนักงานจเรตำรวจ
  130. พันตำรวจเอก ประจวบ เปาอินทร์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4
  131. พันตำรวจเอก พงศ์กานต์ ปัญจพรรค์ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  132. พันตำรวจเอก พยุง ยุคแผน รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการวิชาการ
  133. พันตำรวจเอก พิสุทธิ์ พุ่มพิเชฎฐ์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ
  134. พันตำรวจเอก หม่อมหลวง พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รองผู้บังคับการ กองทะเบียนพล ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ส่วนตรวจราชการ 1 สำนักงานจเรตำรวจ
  135. พันตำรวจเอก ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
  136. พันตำรวจเอก ยงยุทธ หลิมกำเนิด รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย
  137. พันตำรวจเอก ลิขิต กลิ่นอวล รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2
  138. พันตำรวจเอก วรพจน์ เลิศลักษณา รองผู้บังคับการ โรงพยาบาลตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ โรงพยาบาลตำรวจ
  139. พันตำรวจเอก วราวุธ พุกประยูร รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย
  140. พันตำรวจเอก วรเดช พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 2 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 9
  141. พันตำรวจเอก วรเวทย์ วินิตเนตยานนท์ รองผู้บังคับการ กองพัฒนาการบริหารงานบุคคล ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส
  142. พันตำรวจเอก วรินทร์ บุณยเกียรติ รองผู้บังคับการ ศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ
  143. พันตำรวจเอก วิชาญ ทองประชาญ รองผู้บังคับการ กองพัฒนาการบริหารงานบุคคล ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ
  144. พันตำรวจเอก วิชัย เชี่ยวเวช รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัดลำพูน
  145. พันตำรวจเอก วิศิษฐ์ นวชินกุล รองผู้บังคับการ ชุดตรวจงานอำนวยการ ส่วนตรวจราชการ 4 สำนักงานจเรตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองพิจารณาความผิดและการกำหนดโทษ
  146. พันตำรวจเอก วิสาร เปล่งขำ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการ อำนวยการตำรวจภูธรภาค 8
  147. พันตำรวจเอก วัจนนท์ ถิระวัฒน์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 8
  148. พันตำรวจเอก วัฒนะ มโนยศ รองผู้บังคับการ ชุดสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง 5 ส่วนสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง สำนักงานจเรตำรวจ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ส่วนตรวจราชการ 4 สำนักงานจเรตำรวจ
  149. พันตำรวจเอก วันชัย ถนัดกิจ รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองงบประมาณ
  150. พันตำรวจเอก สมบัติ ระวังสำโรง รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง
  151. พันตำรวจเอก สมเกียรติ วรรักษา รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี
  152. พันตำรวจเอก สมโชค เจริญพร รองผู้บังคับการ กองทะเบียนผล ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองวินัย
  153. พันตำรวจเอก สานิตย์ โพธิ์พูนศักดิ์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการสนับสนุนตำรวจตระเวนชายแดน ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการสนับสนุนตำรวจตระเวนชายแดน
  154. พันตำรวจเอก สำเนา ศุกระกาญจน์ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 5
  155. พันตำรวจเอก สุชาติ ศรีเพ็ญ รองผู้บังคับการ กองตำรวจน้ำ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองตรวจคนเข้าเมือง 1
  156. พันตำรวจเอก สุชีพ หนูนาง รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการประจำกองบัญชาการศึกษา
  157. พันตำรวจเอก สุรพล ขลังธรรมเนียม รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี
  158. พันตำรวจเอก สิทธิพงศ์ บุณโณฑก รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก
  159. พันตำรวจเอก สันติ วิจักขณา รองผู้บังคับการ กองตำรวจรถไฟ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองตำรวจรถไฟ
  160. พันตำรวจเอก สันติสุข เสนะวงศ์ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา
  161. พันตำรวจเอก แสงชัย สุวัฒนภักดี รองผู้บังคับการ กองตำรวจสื่อสาร ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองตำรวจสื่อสาร
  162. พันตำรวจเอก อนันต์ เจริญชาศรี รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร
  163. พันตำรวจเอก อมร สุวพันธ์ รองผู้บังคับการ กองบังคับการสอบสวน ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการสอบสวน
  164. พันตำรวจเอก อำนวย มหาผล รองผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 3 ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์
  165. พลตำรวจโท วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 10) ดำรงตำแหน่ง หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 11)
  166. พลตำรวจโท ภาสกร โพธิสุวรรณ รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 9) ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 10)
  167. พลตำรวจตรี ฉัตรชัย โปตระนันทน์ ผู้ช่วยหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 8) ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 9)
  168. พลตำรวจตรี หม่อมราชวงศ์ จิรายุส เทวกุล นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 7) ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 8)
  169. พลตำรวจตรี ชลธาร จิราณรงค์ นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 6) ดำรงตำแหน่ง นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 7)
  170. พลตำรวจตรี ชุมพล วงศ์กำแหง นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 5) ดำรงตำแหน่ง นายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 6)
  171. พลตำรวจโท กฤษณะ ผลอนันต์ ผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพล ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  172. พลตำรวจตรี สมศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 6 ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพล
  173. พลตำรวจตรี สุรพล สังขกร ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 6 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 6
  174. พลตำรวจตรี นิวัตร สารพัตร ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 6
  175. พันตำรวจเอก รักชาติ ราชกิจ รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา

ที่มา : สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี